FLASH FICTION : โจนิ มิทเชลล์ในปีนัง

 

เขาพบโจนิ มิทเชลล์ในปีนังสามครั้ง

 

ครั้งแรกเธอนั่งดื่ม เบียร์ดำเดียวดายอยู่ข้างถนน เขาเดินมาทั้งวันเสียจนเมื่อยล้า สองเท้าบวมพองราวกับจะปริแตกออก เหงื่อซึ่งระเหยไปในอากาศกลางคืนทิ้งความเหนียวหนับไว้ตามเนื้อตัว  เขาเดินผ่านเกสท์เฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งเปิดชั้นล่างเป็นบาร์ อากาศกลางคืนยังคงร้อนอ้าว  หญิงผู้นั้นนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โต๊ะฝั่งซ้ายมือ แทบเรียกได้ว่าจมอยู่ในความมืด ไหล่ซึ่งแผ่กว้าง ผมสีทองในชุดกระโปรงติดกันสีดำและเสื้อแขนกุด  ดวงตาซึ่งหรี่ปรืออย่างคนสันโดษที่สอดสายตามองปัจจุบันด้วยอดีต เทียบเคียงและเรียนรู้ บางทีคำพูดติดปากของเธอในตอนนี้อาจจะเป็นคำว่า ‘นี่ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว’   มือซึ่งคีบบุหรี่เท้าค้างเหม่อจ้องอย่างไร้จุดหมาย ภาพประทับเหมือนกับที่เขาพบเห็นบนปกซีดีอัลบั้ม โบธ ไซด์’ส นาว ที่วางแผงในปี 2001 เธอร้องเพลงของตัวเธอเองที่เคยร้องไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งยังสาวอีกครั้ง และนำมันมาใช้เป็นชื่ออัลบั้ม ตอนเป็นเด็กสาวเธอเคยมีเสียงแหลมสูงสะพายกีตาร์และร้องบอกกล่าวว่าเมื่อเธอ ได้เห็นบางสิ่งจากทั้งสองด้านเธอได้ค้นพบว่าเธอไม่ได้ค้นพบอะไรอีกต่อไป หลายสิบปีส่วงผ่าน เสียงของเธอกลายเป็นทุ้มนุ่ม เธอร้องมันอีกครั้งด้วยการเรียบเรียงใหม่ ความเข้าใจไม่ทำให้เศร้าอีกต่อไป เธอร้องเพลงนั้นซ้ำ ไม่เจือน้ำเสียงความละห้อยอีกแล้ว เวลาทำให้เธอค้นพบอีกด้านของโจนิ มิทเชลล์  โจนิ มิทเชลล์ผู้ซึ่งตอนนี้เมื่อเขาเดินผ่านหล่อนแล้วหันกลับไปมองก็ดูไม่คล้ายโจ นิ มิทเชลล์อีกต่อไปเป็นเพียงฝรั่งแก่ๆ ที่นั่งดื่มเบียร์เดียวดายในความมืด

 

เขา พบเธออีกครั้งในยามสายของวันถัดมา หลังจากการร่วมรักอันชืดชากับเด็กสาวขายตัวคนหนึ่ง ขาที่ถ่างกว้างออก ลึงค์อันมหึมาและทรวงอกอันกลมมนจนผิดรูปบนร่างของเธอนั้นจมอยู่ในส่วนที่แสง ส่องไม่ถึง ขณะที่มืออันยืนยาวออกไปนอกหน้าต่างของเขานั้นห้อยค้างอยู่กลางแสงยามสาย ซึ่งสลัวเลือนประหนึ่งส่องลอดผ้าลูกไม้ที่กรองซับเอาแสงไปเสียครึ่งหนึ่ง ก่อนจะสาดลงมาบนโลก  เช่นเดียวกันกับมือ ลึงค์ของเขาก็อยู่ในแสงแดด ซึ่งอาบไล้ร่างเปลือยเปล่าหลังเสร็จกิจธุระทางเพศ  นักท่องเที่ยวสักคนเดินตัดถนนมา มองจากชั้นแปดของโรงแรมเมอร์แชนท์ นักท่องเที่ยวดูเล็กจ้อยราวคนแคระ เจ้าคนแคระโง่ซึ่งหยิบกล้องขึ้นมาประทับเล็ง โดยอัตโนมัติเขาหดมือกลับดึงบานหน้าต่างงับปิดราวกับหวาดกลัวว่าจะถูกบันทึก ภาพไว้ ต่อให้เป็นภาพที่แทบจะมองไม่เห็นมือซึ่งไม่สามารระบุได้กระทั่งว่าเป็นมือ ของเพศหญิงหรือชาย นั่นคือเธอ โจนิ มิทเชลล์ของเขา หญิงรางใหญ่ไหล่กว้าง กับกล้องงี่เง่า และการเดินทางเดียวดาย

 

ครั้งสุดท้ายที่เขาพบ เธอคือบนรถตู้ข้ามฟากจากมาเลเซีย เข้ามาที่เมืองไทย เธอนั่งติดกับเขาในเบาะนั่งหลังสุด  เขาคิดมาตลอดว่าเขาจะสนทนาอะไรถ้าเขาได้พบกับโจนิ มิทเชลล์ เขาจะถามเธอเรื่องด้านทั้งสองของความรัก คุยกับเธอเรื่องยุคเจ็ดสิบ  หรืออาจจะร่วมรักกับเธอ ตอนนี้ โจนิ มิทเชลล์ นั่งอยู่ข้างๆเขา บนรถโดยสารมุ่งหน้าสู่อำเภอหาดใหญ่ รถโดยสารชวนผวาเพราะขับในเลนตรงกันข้ามกับความคุ้นเคยจนเขากระตุกแทบทุก ครั้งที่เห็นรถเข้ามาใกล้ โจนิ ร่างสูงตาเศร้า ดูสุขุมในวัยปลายหกสิบ แม้อันที่จริงโจนิในรถตู้ข้ามพรมแดนน่าจะอายุไม่เกินสี่สิบห้า ไม่พกพาเครื่องฟังเพลงติดตัว ไม่มีกีตาร์ไม่มีรูปวาด กลืนกลายเป็นฝรั่งดาดๆคนหนึ่ง

 

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนได้ มันก็เหมือนกับการพบฝรั่งอีกคนหนึ่งซึ่งดูละม้ายคล้ายใครบางคนในจินตนาการ ใครสักคนที่คุณอยากรู้จักพูดคุย แต่คุณก็ได้แต่นั่งมองและจินตนาการกับเขาไปต่างๆนาๆ โจนิ มิทเชลล์ลงจากรถตู้ที่สถานีขนส่ง เขาไม่รู้ว่าเธอไปไหน จินตนาการเห็นเธอขึ้นรถไปแคนาดา นั่งดื่มในบาร์เหล้าที่มีผนังรูปลายการ์ตูน สูบบุหรี่อย่างไม่ยี่หระ  โดยตั้งอกตั้งใจเขาแอบถ่ายรูปเธอมารูปหนึ่ง ภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือใกล้และสั่นจนมองไม่ออกว่าเธอเป็นใคร  ภาพถ่ายงี่เง่าระยะใกล้ของนักท่องเที่ยวเดียวดายอีกคนหนึ่ง

 

ดื่มเบียร์เพียงลำพัง เขาเปิดเพลงของโจนิ มิทเชลล์ และจินตนาการว่าเขาได้พูดคุยอะไรบ้างกับเธอในเมืองแปลกหน้าอันเก่าแก่เมืองนั้น

 

http://youtu.be/0YuaZcylk_o เพลงประกอบการอ่าน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: