FLASH FICTION : ร้กสามเส้า

 

หลังจากที่วิญญาณของคนรักเก่ามาเข้าสิงร่าง เธอค่อยๆเซื่องซึมลงทีละน้อยจนดูเหมือนจะค่อยสลายหายไปหากมีลมพัดแรง

 

มันช่างปวดร้าวที่ผมต้องจ้องมองดูเธอในห้วงยามนั้น มันเริ่มขึ้นครั้งแรกขณะที่เรากำลังร่วมรักกัน จู่ๆเธอพลันแข็งทื่อ เนื้อตัวอุ่นซ่านเย็นยะเยียบราวกับผมชำแรกเข้าไปในรอยแตกระหว่างก้อนน้ำแข็ง  เธอเย็นเยียบดิ้ขลุกขลักในวงแขน อาการที่ใม่ใช่การซ่านสุขหากอึกอัดขัดข้องราวกับอากาศถูกสูบหายไปจนหมด วูบหนึ่ง ผมสบตาดวงอื่นในนัยน์ตาเธอดวงตาซึ่งจ้องมาอย่างโกรธแค้น เธอผลักมออกจากร่าง เพียงวูบเดียวก็เลือนไป เธอตัวเย็น เปลือยเปล่าและหนาวสั่น เหตุการณ์วูบสั้นจนไม่อาจจดจำได้

 

ดูเหมือนการร่วมรักของเราคือทางผ่านของเขา ช่วงเวลาที่สรรพสิ่งขมวดมุ่นจนแทบถะถั่งหลั่งไหล เขาจะแทรกเข้ามาในตัวเธอยิ่งนานวันยิ่งเนิ่นยาว เมื่อร่างกายของเธอยะเยือกลงเฉียบพลัน กระตุกเกร็งและสงบลงไป ผมหลั่งไหล พลิกร่างลงนอนข้างเคียง ขณะเธอลืมตาโพลงจ้องมองเพดานอันมืดมิด ในเวลาเช่นนั้น เธอจะเงียบใบ้ เดินเปลือยเปล่าลับไปในความมืด เข้าไปในห้องน้ำและขังตัวเองอยู่เป็นชั่วโมง บ่อยครั้งผมก็กลับไหลไป ปล่อยให้ร่างเปลือยของเธออยู่กับวิญญาณของเขา ในห้องน้ำที่ขาวโพลนและพื้นกระเบื้องอันยะเยือก

 

กว่าผมจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ตอนที่ผมเผลอหลับไปหลังเราร่วมรักกัน และตื่นเพราะเสียงสะอื้นให้ของเธอ ร่างเปลือยของเราผเชิญหน้ากันที่ปากประตูห้องน้ำ เธอกลายเป็นอื่น คร่ำครวญอยุ่กับพื้น ต่อว่าผมอย่างรุนแรง ด้วยการของคนหัวใจสลายที่ใกล้คุ้มคลั่ง ผมไม่เข้าใจอะไรเลยในตอนนั้น กล่าวให้ถูกต้องผมถึงกับคิดว่าเธอจิตหลอนไปเอง  เธอทุบตีผม จนผมเผลอไผลตอบโต้ ร่างของเธอทรุดลงต่อหน้าพื้นกระเบื้อง ความหดหู่จู่จับหัวใจ เธอร้องให้จนหลับไปและลืมว่าเกิดอะไรขึ้นในวันต่อมา

 

เธอค่อยๆซูบเซียวลงเรื่อยๆ ผมค่อยเรียนรู้ทีละน้อยว่ามันไม่ใช่อาการทางประสาทใดๆเลยแม้แต่น้อย เพราะในคืนหนึ่งผมได้คุยกับเขา

 

เรื่องดำเนินไปเรียบง่าย เราร่วมรักกัน ผมกำลังโอ้โลมเธอขณะที่เธอเริ่มต้นร้องให้ เสียงครางต่ำกลายเป็นเสียงสะอึกสะอื้น ผมเงยหน้าขึ้นจากช่วงขาอันยะเยือกของเธอ เสือกร้างขึ้นโอกอดเธอที่ยะเยือกลงอีกแล้ว เธอถดตัวหนี  ผมเหนื่อยเกินกว่าจะติดตาม ทุกอย่างซีดจางลงไปหลังจากเราอยู่ด้วยกันยาวนานเกินไป ผมผละออกจากเธอ จะเป็นบ้าอะไรก็เรื่องของเธอ ตอนนั้นเองที่เขาเล่าเรื่องราวให้ผมฟัง

 

มันเป็นเรื่องเศร้าๆที่รวดร้าว เรื่องรักแบบที่เราจะได้ยินจากในหนังสือหรือละครเก่าๆเท่านั้น  เขาตายจากเหตุการณ์ทางการเมืองซึ่งลงเอยอย่างเศร้าๆ เขาเป็นผู้ชายแบบที่ผมชิงชัง คนหนุ่มหัวรุนแรงแบบที่ผมได้แต่เฝ้าริษยามาตลอด ประวัติศาสตร์ส่วนบุคคลที่เธอไม่เคยบอกเล่ากับผม  กำแพงกระจกที่กั้นเราทั้งคู่ออกจากกันมายาวนาน กำแพง ที่การร่วมรัก การแต่งงานหรือแม้แต่ความรักก็ไม่ช่วยอะไร

 

อาจจะเพราะผมเล่าทุกอย่าให้เธอฟังโดยตลอด เธอจึงยิ่งซึมเซา หลังจากคืนนั้นผมพยายามหลีกเลี่ยงการร่วมรักกับเธอ ขณะที่เธอดูเหมือนจะหื่นกระหายมากขึ้น ลึกๆผมเชื่อด้วยซ้ำว่ามันเป็นเพราะเธออยากพบเขาขณะที่เราร่วมรักกัน พบกับเขาเพื่อให้ท่อนลำของผมเป็นเพียงสิ่งไร้ประโยชน์ ฝ่อฟีบและค้างเติ่ง ความคิดนี้ทำให้ผมหม่นหมอง สรรพสิ่งกัดกินเชื่องช้า  เพาะฟักความริษยาอยู่ในตัวผม  เธอกลับไปหลงรักกับคนที่ตายไปแล้ว ในขณะที่ผม ชักว่าวเดียวดายในห้องน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการร่วมรัก ตอนนี้อาจจะไม่จำเป็นอีกแล้ว เขามาในเวลาที่เขาต้องการ กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรา บางทีผมไม่อาจรู้ได้ว่าผมกำลังพูดกับเธอหรือเขาอยู่ ดูเหมือนมันสามัญจนน่าสมเพช เรากลายเป็นสามคนผัวเมีย

 

ยิ่งเขาอยู่ในตัวเธอนานเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งอ่อนพลังชีวิตลง เธอซูบซีดลงไปเรื่อยๆ เวลาที่เจขาไม่อยู่เธอก็กลายเป็นคนเหม่อลอย  เราไม่ได้พูดกันมากนัก

 

คืนหนึ่งผมร้องให้ เราอยู่ในเงามืดที่เข้มขัน คุณไม่รักผมแล้วใช่ไหม รักสิ ฉันรักคุณ คุณโกหก คุณจะรักผมทั้งที่วิญญาณของคนรักเก่าอยู่ในตัวคุณได้ยังไง คุณไม่เข้าใจความรักเลย เข้าใจสิ และความเข้าใจนี่แหละที่ทำให้ผมเจ็บปวด  เราต่างนิ่งเงียบ ผมขอโทษ เธอเอ่ย ด้วยน้ำเสียงของเขา ผมรักเธอมาก แต่คุณตายไปแล้ว และคุณกำลังทำให้เธอตาย ถ้าคุณรักเธอคุณควรปล่อยเธอไป คุณมันเห็นแก่ตัว ตายแล้วก็ยังเห็นแก่ตัว คุณต่างหากที่ไม่เข้าใจความรัก   เพราะผมเข้าใจความรักผมถึงไม่ไปไหน คุณมันพวกโรแมนติกเพ้อเจ้อ ความพาฝันของคุณกำลังทำลายชีวิตคนอื่น แต่คุณก็เชื่อเรื่องพวกนี้  ความเชื่อทำให้เศร้า  เธอพูดขึ้น ความมืดโอบรอบเรา  เรื่องรักแสนหวานอันงดงามโอบรอบเราและทิ่มแทงเราด้วยความหวานของมัน

 

คืนหนึ่งระหว่างที่เธอหลับ ผมกอดรัดเธอ ชูชันแข็งขันอยู่ใต้ร่มผ้า เธอไม่ขัดขืนผมแม้แต่น้อย เราโผเข้าหากันราวกับคนทุกข์กลางทะเลทราย ผมถอดเสื้อผ้าของเธอออกอย่างร้อนรน  ตอนนั้นเองที่เขากลับเข้ามาในร่างเธอ ผมแสร้งทำเป็นลืมว่าเขาอยู่ที่นั่น ผมกอดร่างที่ยะเยือกของเธอไว้แน่น ให้แน่นจนเขาพรากเธอไปไม่ได้  แน่นจนกลายเป็นการบีบรัด ร่างเธอดิ้นขลุกขลักในวงแขน ร่างของเธอในวิญญาณของเขา ผมพลิกตัวเธอกลับหลัง ชูชันอย่างยิ่ง เขม็งเกร็งอย่างยิ่ง เธออึกอักขัดขืน ผมกดไหล่ของเธอลงกับหมอน แล้วสอดใส่เข้าไปในก้นของเธอ เธอกรีดร้องด้วยเสียงที่ผมไม่เคยได้ยิน  เสียงซึ่งบาดลึกเข้าไปในร่างของเราทั้งสาม ผมกดร่างของผมลงกับเธอ จินตนาการชูชันโลดลอยว่ากำลังทำกับเขา  มันค่อยๆเปลี่ยนจากการ่วมรักเป็นการข่มขืน ผมไม่เคยรู้สึกรุนแรงอย่างนี้มาก่อนไม่เคยถะถั่งหลั่งล้นอย่างนี้มาก่อน   และไม่เคยเจ็บปวดเช่นนี้มาก่อน

 

 

 

*บันดาลใจจากรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง  และเป็นเพียงจินตนาการไม่เกี่ยวข้องกับผูที่มีชีวิตอยุ่จริง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: