ความเหนื่อยล้า บทที่ 3: สิ่งเดียวที่รื่นเริงคือฟองเบียร์




แล้วคืนวันเสาร์ก็คืบคลานมาถึงจนได้  ท่ามกลางฝนที่ยังคงพรำสายเงียบเชียบ พวกเขาก็ยังนัดกันมานั่งซึมเซาในร้านเหล้าจนได้  สิ่งเดียวที่สุกสว่างอยู่ท่ามกลางพวกเขาคือฟองเบียร์ซึ่งเต้นระริกอยู่ในแก้วที่เกาะพราวไปด้วยหยดน้ำ มีเขา มีเธอ มีธเนศ และ จูน สี่คนเหมือนเช่นเคย พวกเขาสนทนากันเพื่อที่จะได้ทิ้งอากาศบางช่วงให้คว้างเงียบ และเริ่มจ่อมจมลงในทะเลความคิดส่วนบุคคล  เหม่อจ้องสายฝนที่ไม่เคยหยุด  ข่าวบันเทิง การชุมนุม ปรัชญาการเมือง ศาสนา ความเห็นที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร ออกจะทึ่มทื่อด้วยซ้ำ   ก็เพียงแต่พูดคุยกันเพื่อจะได้ดูเหมือนทำอะไรได้บ้างในความไม่สามารถทำอะไรได้นั้น  ในบรรดาพวกเขาและเธอ ใครๆก็มักจะนิยามด้วยภาพของจูน อาจเพียงเพราะจูนประพิมประพายคล้ายนีน่า ซีโมน  ท่จริงก็ไม่ใช่ว่าใครต่อใครจะรู้จักนีน่า ซีโมนไปเสียหมด แต่คนที่รู้จักมักจะพากันพูดแบบนี้ บางทีบางคนอาจจะจินตนาการถึงนีน่า ซีโมนที่เจ้าตัวไม่รู้จัก โดยเอาจูนเป็นภาพแทน  จูนจากนครศรีธรรมราชไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับนีน่า จูนไม่ชอบฟังนีน่า มีเพียงอย่างเดียวที่คล้ายๆกันคือจูนก็ฝันถึงปารีส ซึ่งก็คงโทษจูนไม่ได้หรอก มันเป็นเพราะเธอดูหนังฝรั่งเศสเยอะเกินไป มันก็คงเป็นเพราะเขา นักดูหนัง คนรักของจูนนั่นแหละ พราะฉะนั้นที่จริงแล้วปารีสที่จูนฝันถึงอาจจะมาจะเป็นปารีสยุค หกสิบจากหนังฝรั่งเศสพวกนั้นมากกว่าปารีสในปัจจุบันขณะ คนเราก็เป็นอย่างนี้  อะไรๆในฝันของเรามันไม่ตรงความจริงเสียสักอย่าง

เงียบอีก พวกเขาเงียบลงไปอีก กลายเป็นว่าสายฝนสิสนทนาแทนพวกเขาจนหมดสิ้น สายฝนของเมืองเล็กๆที่มีอะไรเลยนี้ สายฝนที่หล่นลงในแม่น้ำที่กำลังเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน สายฝนบนหลังคาบ้านของนายกรัฐมนตรี สายฝนบนหลังคาบ้านของภรรยาผู้โดเดี่ยวเสียสามีให้กับการชุมนุมทางการเมืองซึ่งล้มเหลวอย่างเศร้าสร้อย สายฝนอันน่าหวาดหวั่นเหนือสันเขื่อน สายฝนซึ่งล่นลงมาโดยไม่สนใจไดๆ เหมือนกับโลกของพวกเขาที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับสิ่งใดอีก พวกเขาอยู่ห่างไกล ไม่มีสิ่งใหม่ๆให้ค้นหา ทุกการต่อสู้ที่พวกเขาไม่ได้เข้าร่วมเดินไปถึงทางตันเสมอๆ แล้วประวัติศาสตร์ก็เล่นซ้ำตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่ว่าเขาจะต่อสู้หรือไม่ต่อสู้ ทำตัวอยู่เหนือมันหรือล่องไหลไปตามกระแสพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ทำได้แค่นั่งเหงาในคืนวันเสาร์ ดื่มเบียร์ ที่ระริกอยู่ในท้องที่เยียบเย็นและท่วมทุกข์ มันขึ้นอยู่กับแค่การรู้ตัว ถ้าพวกเขาไม่รู้ตัวมันก็มีความเศร้าเล็กน้อยและความหลงระเริงมหาศาล แต่ทีนี้พอพวกเขารู้ตัวแล้วมันก็มีแต่ความเศร้า ความหลงระเริงอันน่าหดหู่ในกลางคืนของวันเสาร์



บางทีก่อนหมาดฤดูฝนนี้ใครบางคนในพวกเขาอาจฆ่าตัวตาย นั่นไม่ยากเกินคาดเดา พวกเขาแทบจะทำนายได้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร กอดกันไว้ให้แน่นสิ หลับตาข้างหนึ่งแล้วจะผ่านทุกอย่างไป แต่พวกเขาอาจจะล้มเหลว จูนรู้ว่าอาจเป็นเธอ แต่เธอมักคิดว่าเป็นธเนศ แต่เขารู้ดีว่าเป็นเขาแน่ๆ ใครสักคนที่จะสุญหายไป สาบสูญไปด้วยวีการที่จะไม่ได้กลายเป็นวีรชน ขอให้รู้ด้วยว่าต่างจมลงในความเหนื่อยล้า มันไหลมาเหมือนกระแสน้ำเงียเชียบในฤดูฝนไม่สิ้นสุด

 

จนกระทั่งถึงตอนนี้ฟองเบียร์ค้างแก้วก็ซีดเศร้าระเหยหายเหลือแต่ของเหลวสีเหลืองใส่ที่ก้นแก้ว

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: