ความเหนื่อยล้า1-2

ความเหนื่อยล้า

1.บ่ายวันอาทิตย์

ฝันถึงทะเลในห้วงเวลาสั้นๆที่แสงแดดสาดส่อง ช่องว่างระหว่างฝนหนึ่งกับอีกฝนหนึ่ง ในฤดูฝนอันยาวนานไม่มีที่สิ้นสุด  ผมนอนแซ่วอยู่บนเตียงในยามบ่ายของวันอาทิตย์อันซึมเซา  เหม่อคว้างชั่วขณะที่ผมคิดล่องลอยไปถึงหญิงคนรักที่อยู่ไกลออกไป จินตนาการเกี่ยวกับห้องหับคับแคบของเธอที่ผมไม่เคยเห็น และชีวิตเงื่องหงอยในห้องน้อยในยามบ่ายวันอาทิตย์เช่นนี้

 

จู่ๆ ผมก็เหนื่อยล้าอย่างไม่มีสาเหตุ มันราวกับว่าความเหนื่อยล้านั้นคลอเคลียเลื่อนไหลแนบไปกับจังหวะชีวิต เมื่อผมเผลอไผล กระแสของมันก็จะค่อยๆคืบคลานเงียบเชียบขึ้นเอ่อท้นท่วมร่างของผม  ผมแทบจะสัมผัสได้ถึงการจมลงไปในกระแสความเหนื่อยล้านั้นสงบเงียบและเยียบ เย็น เหมือนน้ำในโตรกธารลึกจากภูเขา น้ำตกลึกลับที่เงียบสงบ

 

แสง แดดสาดมาอีกแล้ว มาพร้อมกับกระเสลมเย็นชื้นสายฝนซึ่งยังคงอวลลอยในอากาศ บรรยากาศของเมืองนี้มันเป็นเช่นนั้น อย่าได้เชื่อใจแสงแดดที่อาทรยศหักหลัง การซักผ้าตามแสงแดดสายอาจนำมาซึ่งความผิดพลาดใหญ่หลวงที่เราได้แต่เศร้า เสียใจเพราะฝนนั้นเอาแต่ใจเกินกว่าจะคาดเดา และแสงแดดก็ตามใจเสมอ ความเหนื่อล้าที่เออท้นค่อยๆจืดจางไป ราวกับกระแสน้ำระเหยเป็นอากาศโดยไม่ต้องเปลี่ยนอุณหภูมิ ผมนอนนิ่ง เหม่อจ้องเงาแดดสะท้อนแอ่งน้ำบนเพดาน เต้นระริกยามแอ่งน้ำสะเทือนสายลมพรมผิว

 

ยามบ่าย โอยามบ่าย ผมรำพึงแผ่วๆกับตัวเอง  ฉลองให้กับความสงบเงียบของมัน ความร้อนระอุชั่วประเดี๋ยวประด๋าวของมัน กลิ่นอันสดใหม่ของแสงแดดที่ชำแรกสายฝนลงมา  เสียงเครื่องรถยนต์ที่แล่นอยู่ไกล และเสียงของใครบางคนซึ่งเคลื่อนไหวอยู่บ้าน ถ้าผมหลับตาลงแล้วไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีก นี่คงเป็นเวลาที่เหมาะเจาะที่จะตาย

 

ความ เหนื่อยล้าแทรกตัวกลับขึ้นมาอีกครั้ง ได้โปรดอย่าถามเลยว่ามันคือความเหนื่อยล้าต่อสิ่งใด มันไม่สามารถอธิบายได้ ไร้ชื่อ และเงียบเชียบ ความพยายามใดๆที่จะนิยามมันล้วนคือรูปแบบของการบิดเบือน มันถะถั่งมาแล้ว ไหลท่วมร่างเหมือนการโอบกอดของแระเสลมเย็น กดทับลงบนลมหายใจสั้นๆของผม ความเหนื่อยล้าให้ความอุ่นสบายกับผมอย่างยิ่ง ถ้าผมปิดเปลือกตาลง ซ่อนดวงตาจากแสงแดดยามบ่ายเจือสายลมนี้ผมคงไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว

ผม ว่าผมกำลังเคลิ้มลอย ผมอาจกำลังฝันถึงความตายอันสงบ แล้วผมจะตื่นขึ้นในร่างของหญิงคนรักซึ่งกำลังลุกขึ้นเหม่อจ้องสายฝนที่ เคลื่อนขยับใกล้เข้ามา

 

2.ตัวดึงดูดประหลาดในการรีดผ้า

 

ฉับพลันทันใด ฉันก็คิดถึงคำ ‘ตัวดึงดูดประหลาด’ในขณะที่ฉันกำลังรีดผ้า แกนกลางของปีผีเสื้อ จุดที่ดึงดูดสรรพสิ่งซึ่งเคลื่อนไหวอย่างไร้ระเบียบลงไป ฉันน่าจะอ่านคำพวกนี้มากจากหนังสือสักเล่ม หรือไม่ก็นิตยสารสักฉบับ นิยามศัพท์เชิงคณิตศาสตร์ที่ชวนงวยงงสงสัยนี่ผุดขึ้นมาเหมือนฟองอากาศกลางบึงน้ำที่นิ่งสงบของคืนวันจันทร์อันซึมเซาขณะที่ฉันกำลังรีดผ้า อาจจะเพราะร่องรอยยับอย่างไร้ระเบียบของเสื้อผ้าพวกนี้ก็ได้ที่ทำให้ฉันคิดถึงคำนั้น บอกตามตรงจริงๆฉันว่าฉันไม่เข้าใจคำพวกนี้เลย ไม่รู้ว่าตัวเองอ่านอะไรไป  แต่คำคลุมเครือพวกนี้ก็ติดอยู่ในหัวเสมอ  คำที่เราไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมด คำที่ไม่รู้มาจากไหน หรือใครเป็นคนคิดขึ้นมา ถ้อยคำพวกนี้มักทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อย เหมือนกับว่า ฉันถูกปิดกั้นไว้หลังบานประตูที่ไม่มีลูกกุญแจ เงี่ยหูฟังคำต่างๆจากตรงนี้ ได้ยินเพียงเลาๆ ไม่มีใจความชัดเจน มันหลุดออกมาเนคำๆ เหมือนการแอบฟังเพื่อนๆป้องปากกระซิบความลับ แถมมือของฉันยังคงถือเตารีด รีดผ้าในคืนวันัจนทร์ที่ฝนพรำสายไม่ขาด อากาศชื้นเย็นแทรกตัวเข้าไปในทุกสรรพสิ่ง ฉันเหมือนหนังสือที่บวมพองเพราะความชื้น ฉันค่อยๆบวมพองขึ้นเพราะคำเหล่านั้น คำอย่าง ตัวดึงดูดประหลาด

 

มันราวกับโลกเคลื่อนไหวไปในขณะที่ฉํนหยุดนิ่งเพื่อรีดผ้า ในคืนวันจันทร์ที่ฝนตก ใครสักคนอาจค้นเจอทฤษฏีใหม่ๆในการอธิบายความไม่แน่นอนของโลกนี้ ความผิดพลั้งของวิทยาศาสตร์แบบเก่า บทความนั้นเขียนอะไรทำนองนี้ วิธีคิดที่ถูกหักล้างไป

 

เรื่องพวกนี้มันช่างน่าตื่นเต้น มันอยู่ห่างไกลจากฉันเป็นพันๆกิโลเมตร ขณะที่มีแต่ความน่าเบื่อหน่ายที่ถาโถมเข้ามา กลางคืนวันจันทร์ ที่แสนเศร้า คนรักของฉันหลับไปแล้ว หลับใหลในห้องมืดอบอุ่น กระโดดเกาะปีกผีเสื้อที่กะพือทอร์นาโดเข้ามา เราเป็นเช่นนี้เสมอ เขาเหนื่อยอ่อน และฉันก็เอาแต่ขี้สงสัย  ราวกับว่าหากปราศจากความสงสัยแล้วโลกของฉันคงพังทลายลง ฉันจะเคลื่อนไหวซ้ำตัวเองเป็นคาบ ความไร้ระเบียบจะถูกทำลาย และโลกของฉันจะถึงการแตกดับด้วยดารเลิกกระพือปีกของฉันเอง ดูเหมือนคืนนี้วิทยาศาสตร์จะซึมเข้ามาในตัวฉันและออกฤทธิ์ออกเดชมากสักหน่อย

 

กองผ้าไร้ระเบียบยังคงระเกะระกะอยู่ข้างตัว แต่ดูเหมือนฉันจะเหนื่อยอ่อนเกินไป ความคิดดูดกลืนพลังของฉันไปจนหมด ฉันถอดปลั๊กเตารีดอย่างใจลอย ทิ้งกองผ้าไว้อย่างนั้นก่อน ตอนนี้ฉันอยากจะไปที่เตียงซุกตัวลงในผ้าห่มแล้วดึงแขนเย็นๆของเขามาวางทาบลงบนอก ให้เขากอดฉํนให้แน่นๆจนพายุจากปีผีเสื้อไม่สามารถมาพรากเราไปจากกันได้

 

แวบหนึ่งก่อนฉันเคลิ้มหลับ ฉันนึกสงสัยว่าทำไมจึงไม่มีใครเขียนบรรยายฉัน ในรูปแบที่สวยสดงดงามกว่านี้ อย่างน้อยอาจจะบนเตียงเรื่อแสงแดดของบ่ายวันอาทิตย์ ไม่มีวิทยาศาสตร์หรือ ตัวดึงดูดประหลาด ที่แต่เงาน้ำที่สะท้อนแสงแดดบ่าย และความเหนื่อยล้า ฉันอยากอยู่ในฉากแบบนั้นมากกว่าเตารีดนี่  ฉันคือย่างนั้นจริงๆขณะถูกดึงดูดลงสู่ความหลับใหล



 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: