เราพบกันในร้านหนังสือซึ่งกำลังลุกติดไฟ


เราพบกันในร้านหนังสือซึ่งกำลังลุกติดไฟ

ระบำเปลวเพลิงสีส้มโชติช่วงชัชชวาลด้วยเชื้อไฟจากมาเกอริต ดูราส์ ฟรานช์ คาฟกา ยูกิโอะ มิชิมา กนกพงศ์ สงสมพันธุ์  ฮารูกิ มุราคามิ หรือ แดนอรัญ แสงทอง  หน้ากระดาษในร้านหนังสือเก่าลุกติดไฟโดยเท่าเทียมกันไม่เลือกว่าคลาสสิคหรือร่วมสมัย  พิมพ์ครั้งแรกหรือพิมพ์ครั้งหลังสุด ขายดีหรือขายไม่ออก ราคาถูกหรือราคาแพง เมื่ออยู่นอกเหนือประโยชน์ใช้สอยตามข้อกำหนด  จะลำดับชั้นหรือคำวิจารณ์หรือราคาหรือยอดพิมพ์ล้วนไร้ความหมาย  เขามองดูมัน ช่างสวยสดงดงามเสียเหลือเกิน หนังสือที่กำลังไหม้ไฟ

เธอเดียวดายอยู่กลางกองเพลิง เหม่อจ้องตัวหนังสือถูกกัดกินในแบบที่จะไม่กลับมาอีกแล้ว  แผ่นกระดาษหงิกงอเป็นขี้เถ้าบางกรอบ ตัวหนังสือฉีกออกจากประโยคค้างเติ่งละลายกลายเป็นธุลี รูปประกอบลุกไหม้ไปครึ่งหนึ่งจนดูเป็นรูปอื่น ปกหนังสือซึ่งงอพับจากการหยิบจับไม่ถนอมมือตอนนี้มีขอบสีส้มเรืองแสงซึ่งกระจายตัวอย่างไร้รูปทรง   หนังสือที่หันสันออกนอก และอยู่ลึกมุมสุดของร้านได้อวดโฉมชั่วขณะ  อาจจะสักหนึ่งหรือสองวินาทีชั่วขณะที่ไฟกลืนกินฝุ่นหนาซึ่งจับบนผิวปกของมัน  เปล่าประโยชน์จะดับไฟ ร้านหนังสือคือแหล่งพลังงานอันหอมหวานของเปลวเพลิงซึ่งจะไม่มีทางเลิกราไปได้ง่ายๆ   จากที่ที่เขายืนเขาไม่อาจแน่ใจได้ว่าเธอกำลังสะอื้นให้จนตัวโยนหรือกำลังเริงระบำท่ามกลางตัวหนังสือที่กลายเป็นอากาศ  เขาเห็นเธอเพียงแวบเดียว เห็นเหมือนการเหลือบแลปกหน้าหนังสือที่วางเรียงอย่างละลลานตา  วูบหนึ่งภาพนางแบบสักคนอาจจะติดค้างอยู่  แต่ก็เพียงประเดี๋ยวประด๋าว จากนั้นสาบสูญชั่วนิรันดร์

ดูเหมือนเธอจะเป็นลูกจ้างของที่นี่ เด็กสาววัยมัธยมปลายที่ดูราวกับหลุดมาจากหน้าหนังสือของทินกร หุตางกูร เขาเหม่อจ้องเธอกลางเปลวเพลิงอันร้อนระอุ สงสัยว่าเธอมีอยู่จริงหรือเธอคือตัวละครที่ถูกปลดปล่อยออกมา  เธอกำลังมองหาหนังสือสักเล่ม เล่มเดียวที่เธจะเสี่ยงตายหยิบมันเอามาขณะที่ร้านหนังสือกำลังลุกไหม้ด้วอุณหภูมิ 451 องศาฟาเรนต์ไฮต์ ตามชื่อหนังสือของเรย์ แบรดบิวรี่ ซึ่งเขาเชื่ออย่างขำๆว่ามันมีอยู่ในร้านนี้และกำลังลุกติดไฟตามชื่อของตน

เปลวไฟเริ่มผลาญเผาในค่ำคืนหนึ่งของฤดูร้อน เหตุผลดาษดื่นสามัญ  เช่นสะเก็ดเปลวไฟจากการระเบิดของสายไฟเก่าผุฟาดลงบนแผงนิตยสารซึ่งอาบมันทั้งเล่มอิ่มเต็มจนแทบบวมพองด้วยหน้าโฆษณาซึ่งถูกสั่งจองล่วงหน้ายาวนานนับปี พระเพลิงเคี้ยวกลืนนางแบบในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยบนหน้าปกป็นสิ่งแรก เสียก็แต่เผาไปทั้งตัวมากกว่าแค่เสื้อผ้าของหล่อน จากนั้นก็เริ่มลุกลามไปตามกัน ชั้นหนังสือคู่มือเตรียมสอบ หนังสือแนะนำชีวิตและหนทางประสบความสำเร็จ หนังสือช่าง หนังสือบทความการเมืองพิมพ์ซ้าครั้งที่สามสิบ หนังสือวรรณกรรมชั้นยอด หนังสือวรรณกรรมที่ไม่มีใครอ่าน หนังสือนอกเวลา หนังสือตำราเรียนที่ไม่เคยได้อ่านไม่ว่านอกหรือในเวลา(ของใคร)  หนังสือนิยายเกาหลี  นิยายเลียนแบบนิยายเกาหลี หนังสือของคนดัง หนังสือของคนเคยดังที่ตอนนี้ดับไปแล้ว   ทั้งหมดล้วนลุกติดไฟประหนึ่งถูกสร้างมาเพื่อที่จะลุกไหม้  รอคอยชั่วชีวิตให้วันนี้มาถึง

เธอหลุดมาจากหน้าหนังสือนั้นแน่นอน  เธอผู้ซึ่งเริงระบำสูดควันพิษจากสารระเหยซึ่งล่องลอยจากหมึกพิมพ์ไหม้ไฟ  ร้านหนังสือเป็นห้องแถวเล็กคูหาเดียว เขามาพร้อมกับรถดับเพลิงในเวลาอันรวดเร็ว จ้องมองเด็กสาวผ่านหน้ากากกันไฟ หล่อนปรากฏแล้วเลือนลับดับสูญ เหมือนหนังสือที่อานไม่จบ ไม่ก็หน้าที่ขาดหายไประหว่างกลาง หรือหนังสือที่พิมพ์ตกหล่นจนไม่น่าให้อภัย เหมือนบางข้อความที่เขาบังเอิญไปเห็น ไล่สายตาอ่านผ่านๆแล้วจดจำมันได้ทั้งที่ไม่สลักสำคัญอะไร

เจ้าของร้านเป็นหญิงวัยกลางคน ที่ท่าทางทำให้นึกถึงคุณนายดัลโลเวย์ในหนังสือของ เวอร์จิเนีย วูลฟ์  เธอไม่ได้ไปซื้อดอกไม้ในเช้าวันอาทิตย์ แต่หลับอยู่บนชั้นสามของบ้าน เพื่อนของเขาอุ้มเธอลงมาทั้งชุดนอน  คุณนายดัลโลเวย์ผู้แสนเศร้า กิจการเลี้ยงตัวมาตลอดหลายสิบปีหายลับดับสูญในชั่วข้ามคืน  แม่พาเขามาซื้อตำราที่นี่ตอนเป็นเด็ก เขาอ่านเรื่องโป๊เปลือย จากพอคเกตบุคตอบปัญหาทางเพศครั้งแรกที่นี่ ประสปการณ์กระอักกระอ่วนรัญจวนใจระหว่างชั้นหนังสือ  เขาเคยขโมยหนังสือการ์ตูนจากที่นี่ ฉีกหน้าหนึ่งจากหนังสือบทกวีของพิบูลศักดิ์ ละครพลเพื่อเขียนจดหมายให้หญิงคนรักก็ที่นี่ ยืนอ่านหนังสือรวมเรื่องสั้นของพิง ลำพระเพลิงพลางหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเหมือนคนบ้าก็ที่นี่  ไม่รู้ทำไมพอเขาโตขึ้นเขาก็อ่านน้อยลง  สรรพสิ่งดึงดูดเขาไปหาตัวมัน สรรพสิ่งอื่นๆซึ่งเหมาะสำหรับการดู การเหลือบสายตามอง หรือการจ้องเพ่งอย่างไร้ความหมาย  บางสิ่งที่ไม่ใช่หน้าหนังสือ  ดังนัเนร้านหนังสือเก่าแก่จึงยิ่งไกลออกไปจากเส้นรอบวงการเดินทางของเขาทุกทีๆ  กว่าที่เขาจะรู้ตัวอีกที มันก็กำลังไหม้เป็นจุณอยู่ตรงหน้า

หลังค่ำคืนนั้นเขายังคงเพ้อถึงเด็กสาวอยู่บ้างเป็นบางครั้ง  น่าแปลกที่ร้านอินเตอร์เนททางฝั่งซ้าย และร้านขายมือถือทางฝั่งขวาซึ่งมีผนังติดกันไม่ได้เป็นอะไรเลย มันราวกับไฟเลือกเผาเฉพาะร้านหนังสือเก่าของคุณนายดัลโลเวย์เท่านั้น  กลุ่มอาคารตึกแถวตอนนี้ดูคล้ายฟันหน้าที่หลอไปซี่หนึ่ง  ใต้กองไม้ไหม้ดำเขาไม่แน่ใจว่าจะมีหนังสือเล่มใดเหลือรอดมาได้  ซึ่งหากมีมันคงบวมพองจากการดูดซับน้ำที่ใช้ดับเพลิงเข้าไปจนเต็มมากกว่า

ไม่มีใครคิดถึงร้านหนังสือที่สูญหายไปมากนัก  ร้านหนังสือแฟรนไชส์จากเมืองหลวงซึ่งเปิดมาก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือนได้กอบโกยเอาทุกความต้องการของคนทั้งชุมชนไปจนหมดสิ้น  หนังสืออกใหม่พร้อมกับกรุงเทพ ในราคาลดสิบเปอร์เซนต์ ชั้นหนังสือขายดีแออัดไปด้วยหนังสือสำหรับดูมากกว่าอ่าน  ไม่มีใครพบเห็นคุณนายดัลโลเวย์อีกหลังจากค่ำคืนนั้น ราวกับเธอเองก็สละชีพตนในกองไฟโดยไม่มีใครรู้  เขายังขี่มอเตอร์ไซคล์ผ่านไปทางนั้นตอนที่ไปทำงาน  ทุกครั้งเขาจะรำพึงถึงเด็กสาวซึ่งเต้นรำกลางกองเพลิง  เด็กสาวที่เขาสรุปเอาเองว่าไม่มีอยู่จริง หรือหากจะมีอยู่ก็คงมีเฉพาะแต่ในนิยาย เขาเลิกคิดถึงหล่อนด้วยวิธีเดียวกับที่เลิกอ่านนิยาย ฤดูฝนเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่เดือนต่อมา  ฝนที่มีทุกรูปแบบ และตกลงมาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ตกแค่สักสิบนาที หรือบางทีอาจจะตกอยู่ติดกันหนึ่งสัปดาห์อยู่อย่างนั้น  เมืองทั้งเมืองป่วยไข้ อมทุกข์และบวมพองอยู่ในสายฝน ราวกับอาคารบ้านเรือนดูดน้ำฝนเข้าไปจนฉ่ำ ทุกสิ่งชื้นไปหมดทั้งๆที่เก็บไว้ไกลน้ำ  และโดยไม่ทันที่ใครจะสังเกตนั้นเอง เหล่าต้นไม้มากมายก็งอกออกมาจากซากของร้าน รากของมันเกาะเกี่ยวอยู่กับเศษเสี้ยวหนังสือของอัลแบร์ กามูส์ที่เหลือค้าง บ้างก็งอกมาจากหนังสือของโกวเล้ง ของไม้ เมืองเดิม ของกฤษณา อโศกสิน ของอนุสรณ์ ติปยานนท์  ของยาสึนาริ คาวาบาตะ ของรพินทรนารถ ฐากูร ของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล  ของคาลิล ยิบราน ของมิลาน กุนเดอรา  หรือกระทั่งซาดัก เฮดายัท ต้นไม้ที่ควรจะมืดดำหงิกงอก็กลับงอกงามแตกใบ  ร้านหนังสือตายกลายเป็นป่าดงดิบในชั่วหนึ่งฤดูฝน บางทีเขาก็เห็นเด็กสาวจากทางหางตา เธออยู่ระหว่างพุ่มไม้ แล้วจ้องมองมาทางเขา เด็กสาวที่ทำให้เขาคิดถึงหนังสือสักเล่มที่เขาน่าจะเคยอ่านเมื่อนานแสนนานมาแล้ว แต่เขาไม่อาจจดจำมันได้อีก หนังสือซึ่งพิมพ์อย่างเจียมตัวสักห้าร้อยเล่ม ขายอย่างเจียมตัวในร้านหนังสือ ถูกทิ้งให้จมกองฝุ่นโดยไม่มีใครได้อ่านมัน  หนังสือที่ในที่สุดคนก็ลืมๆไป

ป่าที่งอกขึ้นจากนิยายคลาสสิคยังคงขยายตัวไม่หยุดยั้ง แม้ร้านอินเตอร์เนท และร้านขายโทรศัพท์มือถือจะไปจ้างคนงานพม่ามาหักร้างถางพงสักเท่าไร มันก็งอกใหม่เพียงไม่กี่วัน ไม้เลื้อยเกาะเกี่ยวไปตามผนังของทั้งสองฟาก แตกใบเขียวชอุ่มที่หากมองดีๆอาจพบเห็นตัวหนังสือของปราโมทยาในบางใบ และของ การ์เบรียล การ์เซีย มาร์เกซในอีกบางใบ   รงค์ วงษสวรรค์ ในเปลือกของต้นไม้ที่เลื่อมพรายจนมองไม่ชัด หรือน้ำค้างที่อาจค้างอยู่ในยามเช้าบนใบไม้ซึ่งเติบโตจากหนังสือบทกวีอันขมขื่นของ อาตูร์ แรงโบด์

วิวัฒนื เลิศวิวัฒน์วงศา I FILMSICK

21 พฤษภาคม 2552

 

1 comment
  1. saad said:

    อ่านจนจบเลยนะคับ ขอคอมเม้นตรงๆตามที่ผมเข้าใจ ถ้าคุณชายโกรธผมก็ไม่ว่านะครับ

    ผมอ่านแล้วเข้าใจว่า ผู้เขียนต้องการประชด ด้วยการใช้ไฟเผาหนังสือ ประมาณว่า แม่งไม่มีใครอ่าน กูเผามันประชดให้คนอื่นได้รับรู้เลยละกัน

    แต่อย่างไรก็ดี นิยายคลาสสิคพวกนี้ ถึงแม้คนหมู่มากจะไม่สนใจ แต่มันก็ยังสามารถแทรกซึมไปยังคนบางกลุ่มได้(จากย่อหน้าสุดท้าย)

    ผมว่าเรื่องสั้นนี้ reference กว้างไปหน่อยครับ ผมชอบมุราคามิ ตรงที่เขาพยายามมุ่ง reference ไปยัง theme ที่เขาสนใจเท่านั้น ในนิยายเล่มนึง ปล.ในเรื่องสั้นนี้ผมไม่รู้จักแรงโบด์คนเดียว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: