เรื่องผี

ตลอดเวลาผมอยู่กับเสียงกระซิบของภูติผี  แม่กำชับเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อครั้งผมยังเป็นเด็ก  แม่ผู้ซึ่งเสียชีวิตอย่างเอน็จอนาถต่อหน้าต่อตาผมในอีกสี่ปีต่อมา  แม่บอกผมว่าผมจะต้องไม่แย้มพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้  ผมมานึกออกทีหลังว่าแม่กำชับสิ่งนี้กับผมหลังจากแม่ตายไปแล้ว

ผมพึงใจในการพูดคุยกับคนตายมากกว่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่  เพราะเกือบทั้งหมดนั้นแทบจะเรียกได้ว่าการพูดคนเดียว หลังจากตายลงเวลาของผู้คนจะหยุดนิ่ง  พวกเขาไม่เหลือประสปการณ์ใหม่ๆให้ค้นพบอีกต่อไป  คล้ายกับว่าต่างพากันติดอยู่ในเขาวงกตของเหตุการณ์ซ้ำๆ  ภูติผีจึงมักปรากฏให้เห็นในที่ที่พวกเขาตาย วนเวียนในเหตุการณ์เดิม เหตุการณ์ที่เลือกได้บ้างไม่ได้บ้าง การมองเห็นของผมในบางครั้งทำลายผมวงกตนั้นลง ผลตอบแทนของการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวงล้ออนันตกาลของภูติผีนั้นส่งผลกระทบ ร้ายแรงมากกว่าที่คิด แม่ของผมเป็นคนแรกที่บอกผมเรื่องนี้ บางทีผมคงเริ่มเห็นสิ่งเหล่านี้หลังจากแม่ตายลง  กล่าวอย่างง่าย ความตายของแม่เป็นผลพวงจากเรื่องเหล่านี้

เรื่องราวมีช่องโหว่ ผมไม่แน่ใจว่าผมเริ่มเห็นมันเมื่อใด แต่สรรพสิ่งเข้มข้นขึ้นหลังจากการตายของแม่ ข้อนั้นแน่แท้  แม่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ตามคำพูดของแพทย์ชันสูตรศพ และตำรวจ แต่ผมเห็นกับตาว่าแม่ตายอย่างไร ถ้าการฆ่าตัวตายเป็นทางเลือก ผมสาบานได้ว่าแม่ไม่ได้เลือก ก็พวกภูติผีนั่นล่ะ  ผีของบรรพบุรุษ ผีซึ่งกระซิบกระซาบกันตลอดเวลา ผีที่ควรดับสูญไปแล้ว ผีที่ควรติดอยู่ในเขาวงกตส่วนบุคคล ผีที่ผมมองเห็นมัน และปล่อยให้พวกมันฆ่าแม่ของผม  ผมเลิกไหว้เจ้าตั้งแต่นั้น  เลิกเคารพผีบรรพบุรุษ คนตายกลายเป็นสิ่งอื่น  ความสามานย์ของพวกมันถูกลบเลือนหลงลืม  ลักษณะการเคารพบูชาอยู่ในรูปแบบเดียวของเทพ ตอแหลกันทั้งเรื่อง  ถ้าคุณเห็นแม่ผมตาย ประณีตบรรจงราวกับคืองานศิลปะชิ้นเดียวที่แม่สร้างขึ้น  พอแม่ตายแม่ก็กลายเป็นพวกเดียวกับภูติผีพวกนั้น  ถ้ามันเริ่มต้นจากความรัก ผมก็สมควรกลัวแม่ของผมได้แล้ว ไม่เช่นนั้นผมก็ต้องเกลียด เช่นเดียวกับที่ผมเกลียดชังผีบรรพบุรุษ

ผีของแม่เฝ้ากระซิบกระซาบ “แกต้องไม่บอกเรื่องนี้กับใคร แกต้องไม่บอกว่าแกเห็นผี แกต้องดำเนินชีวิตต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   แกไม่เห็นฉัน แกรู้ใช่ไหมว่าถ้าเรามองเห็นกันและกันมันจะมีแต่เรื่องเดือดร้อน”

แม่ทำให้ผมเศร้า  สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือการที่เราต้องเห็นผีของคนที่เรารัก ซึ่งตอนนี้อยู่กันคนละมิติกับเราเสียแล้ว ซึ่งเคียดแค้นเราเสียแล้ว และพร้อมจะทำลายล้างเราลงแล้ว

ใกล้จะมืดแล้ว แสงโพล้เพล้ประกอบนากฏกรรมอำลาของกลางวันที่กำลังเคลื่อนจากไป  กลางคืนเป็นเวลาของภูติผี ข้าพเจ้ามองเห็นมัน หวาดกลัวและเกลียดชังจับใจ แต่ไม่เพียงแต่กลางคืนหรอก ผีอยู่ทั้งในที่ซึ่งสว่างไสว อยู่ในตรอกซึ่งมืดทึบ หรืออยู่ในห้องที่เปิดไฟสว่างจ้า เราไม่อาจมองเห็นภูติผี  คนที่มองเห็นภูติผีคือคนที่กำลังจะตาย แม่จ้องมองมาด้วยดวงตาอาฆาต การเห็นผีคือทัณฑ์ทรมานจากรุ่นสู่รุ่น มีภูติผีอยู่ในร่างกายของผม ไหลเวียอยู่ในเลือดเนื้อ  สัดส่วนอันไม่เท่ากันในแต่ละคนอันเป็นมรดกตกทอดของผีบรรพบุรุษ ซึ่งเราไม่มีทางหลบหนีได้  มีผีอยู่ในสายเลือดของผม วิทยาศาสตร์ขานนามมันเป้นสิ่งอื่น ซึ่งที่แท้ก็อธิบายเรื่องเดียวกันด้วยศัพท์คนละชุด พลังอำนาจของถ้อยคำมันร้ายกาจกว่าที่คิด พลิกลิ้นสองสามคำ ความหมายดั้งเดิมของสิ่งเก่าก็ดับสูญ  กลายเป็นเพียงความไร้สาระขาดสติ ความงมงายโบร่ำโบราณ

ให้มันมืดเถอะ พอความมืดห่มคลุม ผมอาจจะกลายเป็นผีก็ได้  ผมทุกข์ทรมานกับมันมามากพอแล้ว การกระทำเป็นไปอย่างประณีตบรรจง เหล็กแหลมซึ่งเผาไฟมาอย่างดี

ผมได้ยินเสียงฉ่าๆเหมือนน้ำเดือด ตอนที่เหล็กแหลมนั้นทิ่มแทงดวงตาผม ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่หลังจากนี้ผมจะมองไม่เห็นผีอีก  แต่ถ้าผมตายผมจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกมัน

scene from CARNIVAL OF SOUL directed by HURK HURVEY

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: