การตายอย่างโดดเดี่ยว

เธอคิดถึงการตายอย่างโดดเดี่ยว โปรดอย่าเอ่ยถึงมันอีกเลย  สรรพสิ่งได้คลี่คลายโฉมหน้าของมันออกมาแล้ว ทั้งความรัก ความสุข หรือความเกลียด และความทุกข์ จู่ๆเธอค้นพบว่าเป็นการดีกว่าถ้าเธอจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น เพื่อที่จะได้ตายอย่างสงบเพียงลำพัง

บ้านทั้งหลังนั้นเศร้าสร้อย  เธอคิดถึงความรักที่เธอมีต่อเขาเหมือนสีฟ้าหม่น  สีซึ่งเธอรักขณะมองมันอย่างเศร้าๆ ในชั่วขณะที่เขารักเธออย่างยิ่งเธอรู้สึกอย่างลึกซึ้งว่าเขาต้องรักเธอเพื่อ ไม่ให้ตัวตนของเขาสลายไปเท่านั้น  ความรักเป็นเครื่องยืนยันการมีชีวิตอยู่ของเขา เธอคิดถึงเรืองนี้อย่างเศร้าๆ เธอพบว่าเธอไม่รักเขาเลย ถ้าคำว่ารักจะมีความหมายจริงๆล่ะก็  มันก็ไม่ใช่เรื่องว่าเธอรักคนอื่น มันคือเรื่องที่ว่าเธอไม่รักใครเลยต่างหาก

เธอเหม่อมองอย่างเลื่อนลอยไปที่สรรพสิ่งต่างๆรอบๆตัว มองโดยไม่จับจ้อง มองโดยไม่สามารถบรรยายรายละเอียดใดๆได้อีกต่อไป  มองประหนึ่งเพียงกวาดสายตาไปตกต้อง  เธอหยิบจับข้าวของในห้องนี้มานับหมื่นครั้ง  แต่เธอไม่สามารถบรรยายได้แม้เพียงแต่น้อยว่าอะไรอยู่ตรงไหน  นั่นคือวิธีการที่เธอมีชีวิต กับทุกๆเรื่องมันประหนึ่งว่าเป็นเพียงกลไกอัตโนมัติที่เธอเล่นตามมันไปอย่างทึ่มทื่อ  พวกเขาไม่มีทางรู้ว่าเธอกำลังเสแสร้ง ไม่รู้ว่าข้างในตัวเธอนั้นกลวงเปล่า เธอแค่แสร้งว่าเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ก็เท่านั้น

แสงตะวันจับต้องสิ่งต่างๆในตอนนี้เหมือนดวงตาของเธอ และคงจับต้องลงบนรูปทรงของเธอด้วยอาการเดียวกัน นั่นคือเฉยเมยและไร้ความหมาย ปล่อยให้คนซึ่งหยิบยืมแสงตะวันมาสะท้อนลงบนดวงตาคนตีความกันไปเองว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้คือความรัก

เธอคิดถึงรูปทรงของเขาอย่างคลุมเครือ ส่วนโค้งของเส้นร่างของเขา เธอคิดถึงมันเหมือนกับกำลังวาดรูปเขาด้วยดินสอถ่าน  รอยสากของตอเครา ดวงตาซึ่งอ่อนล้าอยู่ตลอดเวลา เธอคิดถึงการจูบเปลือกตาเพื่อให้เขาหลับลงในตอนกลางคืน นั่นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นอัตโนมัติ  แต่มันเป็นสิ่งอัตโนมัติซึ่งมีความหมายของมัน เธอกำลังพยายามอธิบายิสิ่งที่เธอไม่สามารถอธิบาย

แล้วเธอก็คิดถึงการตายอย่างโดดเดี่ยวอีก  การไปพ้นจากทุกความรู้สึก ตอนที่เธอตายเธอต้องการจะอยู่ลำพัง ความคิดนี้เป็นสิ่งเดียวซึ่งแน่วแน่ และเธอเชื่อว่ามันถูกต้อง  เธอรักความรัก เอทำเพื่อทุกๆคน แต่ที่เธอต้องการจริงๆก็แค่การตายอย่างโดดเดี่ยวโดยไม่ต้องครุ่นคำนึงใดๆอีก  ตลอดอายุ สามสิบเก้าปีของเธอ เธอพบว่าเธอรู้สึกพึงใจที่สุดก็ต่อเมื่ออยู่ตัวคนเดียว

เธอคิดถึงตัวเธอในอีกมิติหนึ่ง โลกฝั่งตรงข้ามที่มีความจริงทางเลือก เธอรักและเลิก มีเซกส์ และมีชีวิต เธออยากให้ตัวเองเป้นนักดนตรี เสพยา และมีชีวิตรันทด  เธอคิดว่าบางทีชีวิตแบบนั้นเธออาจได้ค้นพบความรัก  การต้องการเป็นเจ้าของอะไรสักอย่างมากๆ ความรักแบบสวยสดงดงามอะไรนั่นมันโกหกทั้งเพ  ความรักนี้ไร้เดียงสาและไม่มีศีลธรรม มีแต่การครอบครองและความกลัว  ความรักถูกตัดตอนเพื่อให้ง่ายต่อการปกครอง  ความรักที่เหมาะควรเลยเป็นเหมือนบอนไซต้นหนึ่ง

เธอคิดถึงเรื่องของตัวเองกับคนอื่นๆ กับเขา กับลูกสาวอายุแปดขวบ กับแม่ของเธอ กับชู้รักที่เธอคิดเอาเองว่ามีกับเขาคนหนึ่ง  เธอเหมือนเป็นคนนอกต่อเรื่องทั้งหมด  เพราะเธอไม่ได้รักอย่างจริงจัง เธอสงสัยความคลุมเครือพวกนั้น  เธอแกล้งทำว่ารักได้  แต่มันก็กลวงเหมือนท่อน้ำกลวงๆซึ่งคงมีอะไรอุดตันอยู่ระหว่างทาง น้ำเลยมาไม่ถึง เธอคิดถึงท่อกลวงๆในร่างกายของเธอในฐานะของท่อน้ำทิ้งที่กำลังเอ่อท่วมขึ้นมาตรงอ่างล้างจาน

เกิดมาคนเดียว ไปก็คนเดียว แต่เธอผูกแขนขาตัวเองเข้ากับคนอื่นๆตั้งแต่ตอนที่เธอเกิดมา  ความรักเป็นเหมือนการใช้หนี้สินไม่รู้จบอย่างหนึ่ง จ่ายความรักไปก็ต้องตอบแทนกลับคืน เธอคิดถึงวัยสาวของตนกับความรักอันสุดลิ่มทิ่มประตูที่ไม่สนใจอื่นใด นั่นก็เป็นเพียงมิติคู่ขนาน เพราะเธอเติบโตมาแบบที่ ‘ผู้หญิงดีๆเขาเป็นกัน

ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องที่ปิดประตูจากทุกด้าน เธอคิดถึงความรักอย่างเศร้าๆ เธออาจจะเคยรักครั้งหนึ่ง ตอนที่หมาของเธอตาย มันโดนรถชนตอนที่เธอไปโรงเรียน เธอร้องให้ให้กับมัน เธอสงสัยว่ามันจะเป็นความรักหรือไม่  หรือเป็นความรักที่แท้หรือไม่ เพราะพอผ่านไปสองสามอาทิตย์ เธอยังร้องให้อยู่ และพ่อกับแม่เริ่มเป็นกังวลแล้ว ว่าเธอเศร้าเสียใจนานเกินไป  เธอไม่เคยเสียใจให้กับเรื่องใดให้แบบนั้นอีก ‘มันมากเกินไป’ และเธอก็ไม่เคยรักอีก นั่นเท่าที่เธอรู้   เธอเชื่อมั่นว่าถ้าเขาตายก่อนเธอ เธอควร้องให้ แล้วจัดงานศพให้เขา ค่อยๆลืมเขาไป   ชีวิตมันก็เป็นแบบนั้น เธอได้แสดงความรักตามสมควรแล้วเดินหน้าต่อไป มันก็เสแสร้งแกล้งทำกันทั้งหมด

เธอแสร้งแกล้งทำว่ากำลังตายอย่างโดดเดี่ยวในห้องครัวของบ้าน ซบหน้ากับโต๊ะกินข้าว แสร้งว่าหยุดหายใจ อากาศสงบนิ่งอื้ออึงในสองหู ปอดซึ่งอัดอากาศค่อยๆแฟบลง เธอกำหมัดแน่น การทดลองตายนั้นทรมานเกินไป เธอจึงหายใจต่อ แต่ยังคงอยู่ในท่านั้น เธอกำลังตาย ตายอย่างโดดเดี่ยวในบ้านของเธอเอง  แล้วเธอก็ม่อยหลับไป ตื่นเพราะลูกสาวมาปลุก เด็กหญิงกอดรัดเธอ เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย แค่เล็กน้อยเท่านั้น  ถ้ามันจะเป็นความรักล่ะก็ เธอก็คงพอรับได้ที่จะแกล้งทำนั่นนี่ต่อไป

บันดาลใจอย่างไม่เกี่ยวข้องจาก I CAN NO LONGER HEAR THE GUITAR โดย PHILLIPE GARREL

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: