ประตูไม่รู้คืน

บันไดเหล็กนั้นทอดขึ้นไปสิ้นสุดอยู่ตรงหน้าประตูซึ่งปิดสนิท

ประตูซึ่งมีสนิมจับเขรอะตรงบานพับนั้นตั้งอยู่โดดเดี่ยวใต้ต้นไม้โบราณ รอยต่อของบานประตูกับผนัง และตรงมือจับนั้นพาดเป็นทางยาวด้วยฝนชะสนิมลงมาดูราวประตูบานนั้นกำลังร้องไห้   กรอบนั้นตรงขึ้นไปสูงพอดีตัวคนแล้วโค้งเป็นครึ่งวงกลม ตัวบันไดที่ทำจากเหล็กก็พุพองเปื่อยผุจากการกัดกร่อนของวันและคืน

มันคือประตูซึ่งเปิดสู่ด้านในของเครื่องบินโบราณ มันถูกลากมาตั้งไว้กลางป่าแห่งนี้ไดอย่าไงรไม่มีใครรู้ ราวกับว่ามันผุดงอกขึ้นมาในวันหนึ่ง ด้านหลังของมันคือไม้ใหญ่ซึ่งแผ่กิ่งก้านออกโอบกอด เถาวัลย์กาฝากเลื้อยไปตามหลังคา หางและปีกเก่าครร่ำ เจาะใชลงไปตามส่วนของคเรื่องบินที่ผุชำรุด แนบตาลงมองตามช่องพบเห็นแต่เพียงความมืด

เด็กปีนป่ายขึ้นไปตามบันได เสียงรองเท้ายางกระทบเหล็กสะเทือนเสียงทึบเศร้า คนนำอายุราวสิบห้าสิบหก ร่างผอมกงโก้  คนตามน่าจะสักเพิ่งสิบสองสิบสาม ตัวโตกว่า หัวเราะคิดคักอย่างไม่รูประสา ทั้งคู่ปีนขึ้นไปถึงชานพักออกแรงงัดประตูให้เปิดออกแต่ไร้ผล คนผอมเตะถีบอย่างหัวเสียแล้วทรุงลงนั่งตรงชานพัก คนตัวโตที่ตามหลังหัวเราะคิกคัดให้ท่าทางของเพื่อนรุ่นพี่ นั่งลงตามมา

” เปิดไม่ออกว่ะ ”

“ไหนกูลอง”

เจ้าคนโตลุกขึ้นไปโยกมือจับ เสียงเอียดออดสองส่มครั้งแต่ก็ไร้ผล ประตูงับปิดสนิทประหนึ่งฝังความลับชั่วนัรนดร์ไว้กับตัว

“มึงว่าข้างในมีอะไรวะ”

“ไม่รู้ว่ะ อาจเปิดไปโลกอื่นเหมือนประตูโดเรมอนก็ได้”

เจ้าคนโตหัวเราะคิกคักอีก ท่าทางพอใจกับคำตอบที่ได้ เจ้าคนผอมตอนนี้ซุกหน้าลงในถุงพลาสสติกแล้ว สูดเอาสรวงสวรรค์หอมระเหย แล้วหงายหลังลงนอนแผ่ พาดขากับบันไดขั้นแรกจ้องมองฟ้าข้างหลังต้นไม้โบราณ เหมือนลอบมองสาวเปลือยผ่านม่านลูกไม้ แดดบ่ายแยงตาจนแสบ

“กูด้วย”

“อย่าเยอะ สัตว์ เดี๋ยวเมา พอ่มึงกระทืบกูตายห่า”

“พ่อกู สัตว์” เจ้าคนโตทำตามทั้งการระทำและคำพูด หงายผึ่งลงนอนเรียงเคียงกัน

ยามบ่ายบนขั้นบันไดซึ่งทอดสู่ประตูลึกลับ เด็กสองคนนอนหงายมองท้องฟ้าที่กรากฏเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยลอดช่องใบไม้ สายลมโยกไกวกลิ่นหอมเอียนของสารระเหยขึ้นไปข้างบน ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของเจ้าคนโตอยู่ไกลๆ

“ไปแล้วไม่กลับมาคงดีเนอะ”

“อะไรของมึง” คนผอมสบถ เจ้าคนโตล่องลอยไปไกลแสนไกลแล้วในตอนนั้น

…………………………………………….

เขาจูงมือเธอ มืออ่อนนุ่มซึ่งชื้นเหงื่อ สวบสาบอยู่ในดงไม้ เด็กสาวก็เหมือนเด็กหนุ่ม ตื่นระทึกอยู่ในอกเหมือนมีนกนับพันกระพือปีก ความหวาดกลัวคนจับได้ประสมปนอยู่กับความตื่นเต้นต่อสิ่งใหม่ ดำฤษณาลึกลับฟักตัวเงียบเชียบอยู่ในท้องใส้ เธอกุมมือเขาแน่นรู้สึกเจียนจะขาดใจอยู่ลึกๆ รู้สึกราวมีดวงตาลึกลับจ้องมองจากทุกหนแห่ง และนั่นทำให้เธออยากไปกับเขามากขึ้น

เขากุมมือเธอแน่น ดุ่มเดินในดงไม้ เขารู้ดีว่างทางนั้นจะพาเขาและเธอไปไหน ช่วงขาขาวผ่องซึ่งเลยพ้นจากกางเกงขาสั้นของเธอวนเวียนอยู่ในหัวของเขามา เนิ่นนาน ความลึกลับในร่มผ้า เหมือนท้องฟ้าข้างหลังช่องระหว่างใบไม้  เขากำลังพาเธอดุ่มเดินไปในดินแดนโบราณกาล  ที่ซึ่งมนุษย์เป็นเพียงสัตวโลกโดดเดี่ยวไร้เดียงสา   ในห้วงเวลาที่มนุษย์จำนนต่อทุกปรากฏการณ์ ทั้งจากธรรมชาติภายนอก และภายใน

พ้นจากดงรกชัฏ ประตูบานนั้นก็ปรากฏขึ้นต่อสายตา เด็กสาวตกตะลึงชั่วขณะมันราวกับเธอหลุดเข้าไปสู่อีกมิติหนึ่ง มือเธอเย็นเยียบ ตัวสั่นจนเขาต้องกอดเธอไว้

ยามร่างแนบชิดกันเขาได้ยินหัวใจตัวเองเต้นหนักๆ รัวเร็ว อย่างเชื่องช้าและเก้อเขิน เขาจูบเธอ ริมฝีปากอุ่นเปื้อนลปสติกสีแดงน้ำตาล จูบหนักหน่วงรุนแรงและเนิ่นยาว ระหว่างนั้นเขาเลื่อนมือไปจับหน้าอก เธอปัดป้องพลางหอบหายใจ เขาจูงมือเธอก้าวขึ้นบันไดเหล็กผุเปื่อย มุ่งสู่ประตูไม่รู้หนที่เขาแอบมางัดไว้หลายวันก่อน คาดหวังเอาเองว่าจะพาเธอมาฟันที่นี่  เด็กสาวผมสั้นย้อมสีน้ำตาลแดงในช่วงปิดเทอม หน้าอกที่เพิ่งตูมเต่งใต้เสื้อยืดรัดรูปสีชมพู กางเกงขาสั้นเหนือเข่าสีกากี ท่อนขาขาวนวลที่โดนหนามไหน่ขีดข่วนระหว่างย่ำทางเข้ามาที่นี่

ในความมืดนั้นมีใครสักคนอยู่  เขาเพ่งจ้องอย่างพร่าเลือน และค่อยๆปรับสายตาพลัยสบถ  สัตว์เอ๊ย!

เจ้าคนโตนอนคุดคู้อยู่ในความมืด ไม่มีเสียงหัวเราะคิกคัก มีพียงเสียงสะอื้นเบาๆ แลคราบของสนิมน้ำตาข้างสองข้างแก้ม มันคงหนีพ่อริยำของมันมา ริยำแท้เขาไม่น่าพามันมาที่นี่ตั้งแต่ต้นไอ้เด็กปัญญาอ่อนนี่รังแต่จะทำให้เสียเรื่อง

ออกไปเลยมึง เขาตะเพิด เตะเจ้าคนโตอย่าแรงเข้าที่ท้อง ร่างที่พื้นนั้นงอเข้าเป็นกุ้ง ค่อยๆพยุงตัวขึ้น มึงตีกูทำไม คนโตถามน้ำเสียงเจ็บปวดเสียดแทง สัตว์ กูบอกว่าออกไปไง ไม่งั้นกูจะให้พ่อมึงมากระทืบมึงถึงในนี้เลย ไป ไอ้เอ๋อ เขาไม่ได้คิดถึงท้องฟ้า หรือสรวงสวรรค์สารระเหย เขายืนอยู่ในความมืดภายในประตูซึ่งควรจะต้องปิดตายตลอดกาล  เจ้าคนโตวิ่งเตลิดลงบันไดส่งเสียงปึงปังเฉียดผ่านเด็กสาวตรงปากประตู สูดกลิ่นเครื่องสำอางถูกๆที่เธอใช้ เด็กสาวได้แต่ยืนตัวแข็ง เธอรู้จักเจ้าคนโต นึกกลัวอยู่ลึกๆว่ามันจะไปฟ้องพ่อเธอเรื่องเธอมาที่นี่   เธอยืนมองจนมันวิ่งเข้าไปในดงไม้ มึงหลอกกูไม่เห็นจะไปไหนเลย มึงหลอกกู เขาละล่ำละลักร้องไห้เหมือนคลั่งบ้า

บันไดเหล็กนั้นทอดขึ้นไปสิ้สุดอยู่ตรงหน้าประตูซึ่งปิดสนิท

ประตูซึ่งมีสนิมจับเขรอะตรงบานพับนั้นตั้งอยู่โดดเดี่ยวใต้ต้นไม้โบราณ รอยต่อของบานประตูกับผนัง และตรงมือจับนั้นพาดเป็นทางยาวด้วยฝนชะสนิมลงมาดูราวประตูบานนั้นกำลังร้องไห้   กรอบนั้นตรงขึ้นไปสูงพอดีตัวคนแล้วโค้งเป็นครึ่งวงกลม ตัวบันไดที่ทำจากเหล็กก็พุพองเปื่อยผุจากการกัดกร่อนของวันและคืน

มันคือประตูซึ่งเปิดสู่ด้านในของเครื่องบินโบราณ มันถูกลากมาตั้งไว้กลางป่าแห่งนี้ไดอย่าไงรไม่มีใครรู้ ราวกับว่ามันผุดงอกขึ้นมาในวันหนึ่ง ด้านหลังของมันคือไม้ใหญ่ซึ่งแผ่กิ่งก้านออกโอบกอด เถาวัลย์กาฝากเลื้อยไปตามหลังคา หางและปีกเก่าครร่ำ เจาะใชลงไปตามส่วนของคเรื่องบินที่ผุชำรุด เจ้าคนโตแนบตาลงมองตามช่องพบเห็นแต่เพียงความมืด  จ้องมองอยู่เช่นนั้นหันหลังให้กับแสงแดดบ่ายซึ่งสาดลำลอดช่องระหว่างใบไม้ เข้ามา

บันดาลใจจากภาพถ่ายของไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์

http://bungalowzen.blogspot.com/

ในนิทรรศการภายถ่ายALMOST INVISBLE BY THE FORCE OF HABIT

ร้านหนัง(สือ)๒๕๒๑  ภูเก็ต

scene from GUMMO directed by HARMONIE KORINE

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: