โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ ภาค 3 : บทที่2

โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ ภาค 1 : บทที่ 1 l 2 l 3 l 4

โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ ภาค 2 : บทที่ 1 l 2 l 3 l 4

โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ ภาค 3:บทที่ 1


บทที่ 2

เสียงเคาะประตูมีเพียงสามครั้งแล้วสาบสูญ  โทรศัพท์กรีดกริ่ง เมอร์ซิเออร์โกดาร์ดอยู่ที่ปลายสาย  เขาแนบหูโทรศัพท์เข้าแทนที่ใบหูที่หายไป  มันแนบสนิทราวกับกลายเป็นองคาพยพชิ้นหนึ่งในร่างกาย หลอมติดกับผิวหนังกลายเป็นใบหูอิเลคทรอนิคส์ชิ้นใหม่

“ผมอ่านบทของคุณแล้ว ผมคิดว่าเราควรคุยกัน ลงไปพบผมที่ห้องอาหาร  ”   สามประโยคสั้นง่าย รวบรัดตัดความ กล่าจบสมบูรณ์ก็วางหูทันทีโดยไม่ฟังคำตอบ ไม่ใช่บทสนทนา   หากคือคำสั่ง   สรรพสิ่งถาโถมประดังประเดเข้ามา ภายในห้านาที โดยที่ผมไม่ทันตั้งรับ เริ่มจากการตื่นในห้องอื่น หูที่หาย สาวงามร้องขอความช่วยเหลือ และคำสั่งเฉียบขาดจากผู้ว่าจ้าง  บางสิ่งดูราวกับเคยเกิดขึ้นมาก่อน  ราวกับผมหลงติดในเหตุการณ์เดจาวู  ของเหตุการณ์ซึ่งที่แท้ผมเป็นคนเขียนขึ้น

ห้องอาหารว่างโล่ง ปราศจากโต๊ะและเก้าอี้เรียงแถวแบที่ผมเคยเห็นใครั้งแรก ยกเว้นเพียยงโต๊ะเก้าอี้ชุดเดียวตั้งอยู่กลางโถงว้างใหญ่ วอลล์เปเปอร์เปื่อยยุ่ยหลุดล่อน แลเห็นคราบน้ำฝนสีดำเยิ้มซึมเป็นด่างดวง กินฉุนอับของห้องขึ้นราลอยโชยฉุ เมอร์ซิเออร์โกดาร์ด คอยผมอยู่ที่โต๊ะแล้ว กลิ่นบุหรี่ของเขาคละคลุ้งเข้ากับกลิ่นอับชื้นของห้อง สร้างบรรยากาศประหลาดล้ำ  มาถึงตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่าตัวเองติดอยู่ในสถานที่อื่น มิติมายากึ่งจริงกึ่งฝัน  ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลัง ผมก็ภาวนาให้ตัวเองตื่นขึ้นเสียที หากความรู้สึกเข้มข้นชัดเจน จริงยิ่งกว่าความฝัน และเพ้อฝันเกินกว่าจะเป็นความจริง  ประสปการณ์ซึ่งคล้ายคลึงกับการอ่านหนังสืออันพิสดารเข้มข้น วูบหนึ่งเราเงยหน้าขึ้นจากแถวทางสำดำของตัวอักษร หายใจเอาอากาศของความเป็นจริง ก่อนจะถูกประโยคและวลีอันเรียงกันเป็นพรืด ร้อยรัดดึงขาของเราให้จมลงในทะเลน้ำหมึก

เขาผายมืออกเรียกให้ผมนั่งลง ผมรู้สึกถึงการนั่งในรูปแบบของข้อความ ‘ เขาผายมือเชื้อเชิญชายหนุ่มนั่งลง บนเก้าอี้ที่ว่าง  ของโต๊ะเก้าอี้ชุดเดียวซึ่งตั้งอยู่กลางห้องอยากโดเด่นและพิลึกพิลั่น’

“อีกนานไหมที่คุณจะเขียนเพื่อหลีกเลี่ยงผม ” เมอร์ซิเออร์โกดาร์ดไต่ถาม และผมชะงักงัน

“หลาย บทมาแล้ว คุณหลบไปเลี่ยงมา คุณพูดถึงตัวคุณเอง เพ้อเจ้อให้แอนมีสองบุคลิก หรือพูดถึงผู้เช่ารายอื่นของผม แต่คุณรู้ว่าสักวัหนึ่งเราต้องเผชิญหน้ากัน ผมเป็นคนที่คุณลำบากใจที่สุดในการเขียนถึง  คุณไม่รู้จะเขียนถึงผมอย่างไร วาดภาพตัวร้าย ผู้กุมชะตากรรมของทุกคนไว้ในมือหลบอยู่หลังฉาก ผมรู้ว่าคุณไม่ปรารถนาบทสนทนาในครั้งนี้สิงที่คุณ เขียนนับว่าไม่เลวนัก แต่คุณแค่กำลังเต้นไปรอบๆ มาเผชิญหน้ากันตรงๆสิ คุณอาจเขียนถึงแรงงานพม่า กะเทยแปลงเพศ หรือทหารผ่านศึก แต่ทั้งหมดทั้งมวลคุณไม่ได้เขียนอะไรมากไปกว่าสร้างสถาณการณ์ขึ้นในหัว แล้วหาภาพแทนที่เหมาะสม ตัวละครทุกตัวพุ่งไปสู่คุณ การตัดสินใจของพวกเขาไม่ได้เกิดจากตัวพวกเขาเองมันเกิดจากคุณ นักเขียนผู้เหนื่อยหน่ายและมีชีวิตซ้ำซาก คุณคิดว่า การสนทนาของเราในครั้งนี้เป็นคุณเขียนขึ้นหรือผมเขียนเกี่ยวกับคุณอยู่”

“ถ้ามันเริ่มต้นด้วยการเป็นเรื่องของผม คุณก็ป็นเพียงแค่ไอ้ตัวร้ายที่ผมคิดขึ้น ผมอาจจะร่างตอนจบเกี่ยวกับคุณในหัว ไว้แล้วก็ได้ เป็นไปได้อย่างยิ่งที่บทสนทนานี้ถูกผมกำหนดขึ้นก่อนหน้าคุณจะรู้ตัว”

“คุณนี่ผยองเหลือเกินพ่อนักเขียน  คุณนี่ช่างเหมือนมุนษย์สามัญดาษดื่นเสียจริง ถ้าคุณคิดเรื่องหูของคุณเสียหน่อย คุณอาจจะเข้าใจมากอะไรขึ้นมนุษย์มักคิดกว่าตัวเองเป็นผู้กำหนดทุกอย่างด้วยตัวเอง เขาเรียกอะไรนะ เจตจำนงเสรีกระนั้นหรือ  แต่ท้ายที่สุดเราก็มักเป็นตัวละครของผู้อื่นในทางใดทางหนึ่งเสมอ เราอาจยกตัวอย่างจากเรื่องที่คุณเขียน ก็ได้ คุณคิดว่าคนอย่างวรรณาได้ตัดสินใจสิ่งต่างๆด้วยตัวเองหรือ เธอไม่ใช่ตัวละครของพ่อผู้เคร่งครัดของเธอ ของสามีแสนดี ของเด็กผู้หญิงที่ตายไปล่ะหรือ”

“คูณพูดประหนึ่งว่ามนุษย์ล้วนถูกพันธนาการไว้โดยประวัติศาสตร์ของเขาเอง”

“เราอาจเรียกมันว่าโครงสร้างที่ครอบงำก็ได้”

“ฟังดูไม่เลวแต่ผมก็ยังไม่อาจเข้าใจได้ เพราะถึงที่สุดแล้วทางเลือกย่อมีแต่วรณณาเท่านั้นที่เลือก ผมเลือกทางของผมคุณเลือกทางของคุณ ทางเลือกแตกแขนงเป็นเส้นสายเหมือนต้นไม้ถ้ามันมีเส้นทางที่คุณจพสิ่ง อิทธพลต่อผม ผคุณเรียกว่าอะไรนะ กำหนดครอบงำหระนั้นหรือ กล่าวกันตามนั้น คุณย่อมไม่ใช่ผู้เดียวที่ทำได้ และถ้าเราทุกคนต่างเขียนเรื่องของคนอื่นอยู่ ชีวิตย่อมคล้ายหนังสือผจญภัยตามใจเลือกที่มีจำนวนหน้าไม่รู้จบความเป็นไปได้ที่คุณจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่น ย่อมเป็นเพียงว่วนหนึ่งของส่วนหนึ่ง และในทางนี้คุณไม่มีทางส่งผลต่อผมหรือวรรณาได้ เป็นแค่ปัจจัยร่วมเล็กน้อย  และถ้าเรมีแส้นทางแบบนั้นมันต้องมีเส้นทางที่เกิดขึ้นจากตัวเราเองได้เหมือนกัน ผมไม่จำเป็นต้องเถียงกับคุณในเรื่องนี้ ตอนนี้ทุกอย่างถูกไขกระจ่างหมดสิ้น ถ้าคุณเขียนเรื่องเหล่านี้ขึ้นคุณก้ได้มั่นใจในสิ่งที่คุณคิดไปแล้ว แม้มจะออกปากสักท่าไรย่อมต้องพ่ายแพ้ ผมคิดว่าถึงเวลาที่เราต้องพูดกันตรๆง ถ้คุณเขียนเรื่องของผมขึ้นมันก็เป็นเรื่อที่ห่วยชะมัด  เอาล่ะทีนี้ผมต้องการพบแอน แล้วผมจะไปจากที่นี่เสียที”

“เกรงว่านั่นจะไม่ง่ายนัก”

“นั่นนับไม่แน่นัก ข้อหนึ่งที่คุณอาจลืม   ในทางหนึ่งคุณก็เป็นตัวละครของผมด้วย”

1 comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: