โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ ภาค3 บทที่1

โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ ภาค 1 : บทที่ 12 l 3 l 4

โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ ภาค 2 : บทที่ l 2 l 3 l 4

คุณกำลังฝัน ไม่ก็กำลังตื่น คุณไม่มีทางรู้ได้ ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันใดในห้องของโรงแรมที่ถูกออกแบบตกแต่งมาคล้ายคลึงกัน ผมตื่นขึ้นในห้องนั้น คุณพบว่ามันเป็นห้องอื่น  ผมค่อยๆตระหนักเชื่องช้า  ในความสลัวรางกึ่งหลับกึ่งตื่นผมได้กลิ่นคาวประหลาดปนกลิ่นแหลมเสียดจมูกของควันบางประการที่ไม่คล้ายควันไฟ คุณรู้สึกไม่ปลอดภัยแล้วทั้งที่ฝังตัวอยู่ในห้องของโรงแรมมากเกือบสัปดาห์  ผมคิดว่านี่คือห้องของผมเอง คุณคิดตามตรรกะแต่คุณคุณรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ห้องของคุณ  ความรู้สึกนั้นล่อลวงเราได้  ตรรกะก็เช่นกัน  คุณหลับตา ผมคิดว่าผมแค่ง่วงงุน ติดตรงกลางของการหลับกับตื่น เปลือกตาถูกดึงรั้งลง โดยสมองซีกหนึ่งส่วนอีกซีกหนึ่งกำลังแตกตื่นปลุกเร้าให้ลุกขึ้น คุณหลับ ผมตื่น ผมลุกขึ้นเชื่องช้าป่ายปะลงจากเตียง ร่วงหล่นลงเหมือนคนเป็นอัมพาต ไม่ใช่ห้องกูแน่แล้ว พรมมันเปื้อนคราบบางอย่างชวนขยะแขยง คุณค่อยฟื้นคืนสติทีละน้อย  ผมเตือนคุณแล้ว

 

ตั้งแต่คุณเริ่มต้นเขียน คุณก็มักหลับแล้วตื่นขึ้นในห้องสี่ศูนย์หนึ่ง ทุกอย่างไร้ที่มาที่ไป คุณไม่คล้ายคนนอนละเมอ แต่คุณก็ตื่นขึ้นในห้องที่เหม็นคาวอย่างร้ายกาจนั้น กลิ่นประหลาดตรึงในโสตสัมผัสตลอดเช้า กระทั่งกินมื้อเช้าที่สั่งจากรูมเซอร์วิสคุณก็พบรสขมปร่าปะแล่มเจืออยู่ในน้ำกาแฟ  ก่อนที่มันจะค่อยๆจางหายไปในที่สุดเมื่อคุณลงมือเขียน   ในห้วงเวลานั้นทุกอย่างหลุดหลงลบลืม เมื่อคืนนี้คุณเขียนรวดเดียวสิบชั่วโมง จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฟุบไปตอนไหน พอตื่นขึ้นมาคุณก็ครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ในห้องระยำนั่นแล้ว

 

การเขียนคือโรคร้าย ตอนนี้ผมถ่ายถอนพิษมันออกมา ผมไม่เคยเขียนอะไรได้แบบนี้มานานนักหนาแล้ว  อาการตีบตันของนักเขียนเหวี่ยงผมจากความจำเจไปยังที่ต่างๆรอบๆประเทศ แต่คุณก็ไม่เคยเขียนได้จนเมื่อมาอยู่ในห้องรูหนูมืดสนิทแห่งนี้ ที่ที่คุณสูบหรี่ในสภาพกึ่งเปลือย หลุดเลือนเลื่อนลอยจนเสมือนคุณไม่ได้เขียนเรื่องเหล่านั้นขึ้น  เรื่องราวเหล่านั้นต่างหากที่เขียนผมขึ้น ใช้คุณเป็นร่างทรงเพื่อหลั่งไหลตัวมันออกมา

 

ตอนที่ผมกลับมาถึงห้องตัวเองผมพบว่าประตูไม่ได้ล๊อค ผมลังเลอยู่นิดหน่อยว่าควรเปิดเข้าไปดีไหม  ราวกับมีความชั่วร้ายบางประการเฝ้าคอยเงียเชียบอยู่ในห้อง คุณผลักประตูเข้าไป  ผมรีรออยู่หน้าห้องตัวเองอย่างน่าสมเพช เพราะที่รอคอยอยู่กลางความมืดคือจุดไฟสีแดงวูบวาบจากคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคซึ่งหน้าจอดับไปแล้ว  คอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช่ของคุณ ถูกทิ้งให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง ส่งสัญญาณกระพริบเตือน ซึ่งไม่ใกล้เคียงดวงตาสัตว์ร้าย  แต่เหมือนสัตว์ที่กำลังอิ่ม นอนสงบเชื่องช้าเคี้ยวกลืนทีละถ้อยคำของผม  เพียงเสียบปลั๊กมันก็จะร้องคำรามเสียงดังกรุ๋งกริ๋งหากตอนนี้แม้เคาะแป้นก็ไม่อาจตอบคำ ผมหวังว่าผมจะเซฟงานทั้งหมดไว้ คุณไม่ต้องห่วงหรอก ระบบเซฟอัตโนมัติทำให้มันสวาปามตัวอักษรของคุณอย่างละเมียดละไมมาตลอดคืน รสชาติจักเป็นเช่นไดนั้นไม่อาจทราบ

 

คอแห้งผากดังผุยผงกลางทะเลทราย ผมก้มตัวลงเปิดฝาตู้ ที่ข้างในซ่อนตู้เย็นใบเล็กเอาไว้ นี่ก็มีเสียงครวญครางเช่นกัน  เครื่องจักรกลแต่ละประเภทเปล่งเสียงเฉพาะตัว เสียงต่ำๆที่เลือนหายไปและจะกลับมาใหม่เมื่อเราไม่ทันตั้งใจฟัง เสียงลมหายใจอิเลคทรอนิกส์เหล่านี้คำราม หรือไอหรือ กรน หรือ ผิวปาก แสดงอาณาเขตส่วนตัว ที่ที่มนุษย์ ตกเป็นเพียงทาสอันมืดบอด คุณเปิดตู้เย็น แล้วผงะถอย  ทิ้งประตูตู้ให้เปิดอ้า กระอายอบอวลของความเย็นฟุ้งล่องลอยเหมือนควันของดินปืน  ในนั้นมีใบหูข้างหนี่งแช่อยู่ในขวดโหลใสสีเหลืองอมน้ำตาลสะท้อนแสงฟลูออเรสเซนต์เป็นประกาย  เมื่อยกมือขึ้นลูกคลำคุณก็พบว่าหูของตนสาบสูญไปเสียข้างหนึ่ง !

 

“ถึงตอนนี้คาดว่าคุณคงเข้าใจสิ่งต่างๆบ้างแล้ว” แอนนั่งอยู่บนเตียง เธอนั่งไขว่ห้างเรียบร้อยจ้องมองมายังผมซึ่งบัดนี้คล้ายตัวโง่งมบนพื้นหน้าประตูตู้เย็น

 

ผมคิดว่าเธอคือมาริ คุณรู้ว่าเธอคือแอน ที่คุณสับสนไม่ใช่ว่าเธอคือใคร มันจบสมบูรณ์อยู่ในบทภาพยนตร์ต้นร่างของคุณแล้วที่คุณสงสัยคือคำว่า ‘สิ่งต่างๆ’ นั้นหมายถึงสิ่งใดกันแน่ ผมไม่รู้ว่าผมควรรู้อะไร   โดยไม่เจ็บปวดทางกายภาพผมสูญเสียหูหนึ่งข้าง จมูกได้กลิ่นแปลกแปร่งที่ผมเริ่มมั่นใจแล้วว่ามันคือกลิ่นเลือดผสมดินปืน บางทีคุณอาจยังฝันอยู่ติดกับในเรื่องเล่าที่คุณเขียนขึ้นเอง   แต่สรรพสิ่งสัมผัสได้ชัดเจนเกินจะเป็นความฝัน และมันแย่มากถึงขั้นอันตรายต่อชีวิตหากว่ามันคือความจริง

 

“ฉันมีเวลาไม่มากนัก   ฉันอยากให้คุณช่วยฉันรู้ว่ามีคุณคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยฉันได้   บอกตามตรงฉันเอียนโรงแรมนี้เต็มทน  สถานที่แห่งนี้คือชานชลาท่ารถที่ฉันติดอยู่ที่นี่ไปไหนไม่ได้  ฉันรอคอยคุณอยู่  รอคอยมาตลอด คุณนักเขียน  คุณคือคนเดียวที่จะพาฉันไปจากที่นี่ได้  มันไม่ใช่เรื่องยากเลย  แค่เพียงคุณลงมือเขียน  ฉันอ่านบทภาพยนตร์ของคุณแล้ว  คุณปลดปล่อยคนพวกนั้นไปจากที่นี่ได้ คุณกำหนดชีวิตของพวกเขาขึ้นใหม่ในกรอบเหตุการณ์ใหม่ๆ  คุณรับบทพระเจ้าสร้างเหตุการณ์และปูมหลังให้พวกเขา  จากนั้นแสร้งทำเป็นว่าพวกเขาตัดสินใจด้วยตนเอง คุณทำเช่นนั้นกับฉันก็ได้  สร้างผปูมหลังและการตัดสินใจให้ฉัน คุณสามารถปลดปล่อยฉันออกไปในฐานะของมาริก็ได้  ตุ่ณต้องรีบหน่อย ก่อนที่เมอร์ซิเออร์โกดาร์ดจะรู้ตัว ”

 

“ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร  มันเกี่ยวอะไรกับพ่อคุณ  มันเกี่ยวอะไรกับการเขียนของผม คุณกำลังพูดเรื่องอะไรกัน”

 

“เขาไม่ใช่พ่อฉัน   เขาอาจให้กำเนิดฉัน  แต่เขาไม่ใช่พ่อฉัน  ฉันไม่มีพ่อหรือแม่  คุณก็ให้กำเนิดฉันได้  รื้อสร้างฉันขึ้นมาใหม่ ฆ่าฉันเสียถ้าจำเป็นแล้วสร้างฉันขึ้นมาใหม่ คุณต้องรีบทำเสียตั้งแต่ตอนนี้ อย่าให้เขารู้ตัวว่าคุณกำลังก่อกวนระบบของเขา  ได้โปรดถ้าคุณคิดสักนิด  คิดถึงบทภาพยนตร์ของคุณ หูข้างที่หายของคุณ สิ่งที่คุณพบเจอ เรื่องที่คุณเสกสรรปั้นแต่งขึ้น  คุณมีชิ้นส่วนทุกชิ้นอยู่ตรงหน้าแล้ว แค่ประกอบมันเข้าด้วยกันคุณจะเข้าใจเรื่องทั้งหมด ช่วยฉัน  ได้โปรด อย่างน้อยก็ช่วยตัวคุณเอง  เขามาแล้ว ”

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง เป็นระเบียบแลสุขุม  ทั้งเสียงเคาะ ระดับความแรง การเว้นจังหวะ ผมหันไปตามเสียงนั้น พอหันกลับมาห้องก็ว่างเปล่า แอนสาบสูญไปพร้อมกับคุณ เหลือแต่ผม  โดยไม่ต้องคาดคิด ที่ปากประตูห้องย่อมต้องเป็นเมอร์ซิเออร์โกดาร์ด

scene from LOST HIGHWAY directed by DAVID LYNCH

1 comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: