โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ ภาค 2 : 2.หูคนเขลา

2.หูคนเขลาใบหูใบนั้นแช่มาในเหล้า บรรจุขวดใสทรงสูงสวยงามใส่ไว้ในกล่องกระดาษห่อมาอีกชั้นด้วยกระดาษห่อของขวัญถูกๆ มันวางอยู่หน้าระตูห้องของผู้มหมวดทรนงในยามเช้า ห้องหมายเลขสามหนึ่งสองสุดทางปีกขวาของชั้นสาม สำหรับผู้เช่าอาศัยรายเดือน ริบบิ้นนั้นไหวพะเยิบพะยาบจากลมที่ลอดจากรอยแตกของกระจกหน้าต่างราวกับว่ามีใครพุ่งชนแล้วกระโดดลงไป

หรือบางที ขวดนั้นอาจตั้งอย่างเปล่าเปลือย ใบหูข้างขวาที่ซีดเซียวแช่อยู่ในน้ำเหล้าสีเหลืองที่เกือบขุ่น พิจารณษแบบอยกส่วนใบหูนี้แทบไม่หลงเหลือเค้าของการเป็นอวัยวะของมนุษย์อีกต่อไป ในเป็นเพียงชิ้นเนื้อดองเหล้า ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับใบหูมนุษย์อย่างถึงที่สุด แสงแดดยามเช้าสาดต้อง ขวดโหลนั้นทอประกายวิบวับ แววเหลืองพราวสะท้อนตรงรอยต่อของก้นขวดกับพรมสีแดง สวยงามสาดประกาย มันเป็นยามเช้าที่หน้าห้องสามหนึ่งสอง หน้าต่างผิดพิกลที่กระจกแตกราวกับมีคนกระโดดลงไป กับใบหูที่เรืองแสงวูบวาบ

เขาหลับ นอนคว่ำหน้าลงกับหมอนเห็นร่องรอยของหูที่หายไปชัดเจนราวกับมันถูกตัดออกไปจากเฟรมภาพโดยโปรแกรมโฟโต้ชอป ชายไม่มีหูข้างหนึ่งคว่ำหน้าอยู่บนเตียงกลายเป็นเฟรมภาพอันสมบูรณ์ไร้ที่ติ ราวกับคือความจริงแท้ที่มีมาอยู่ก่อนการรับรู้ตัวตน ผู้หมวดทรนงกำลังอยู่ในความฝัน เสียงตึงตังในยามค่อนคืนและเสียงกรีดร้องไม่อาจปลุกให้เขาตื่น หากกลับช่วยให้ภาพฝันของเขาสมบูรณ์ เสียงกรีดร้องของเด็กขเมร และห้ากระสุนอันสาดซัดไม่ว่างเว้น เขากำลังอยู่กลางสมรภูมิ ทหารรับจ้างที่หน้าเปอะโคลนเปื้อนเลือด นั่งพิงผนังหลุมเพลาะที่ขุดขึ้นมาโดยเร่งด่วน กลางเสียงห่ากระสุนที่กรีดก้อง ความฝันนั้นดูจริงยิ่งกว่าตัวสงครามจริงๆเสียอีก ในความฝัน เขามีหูอยู่ดีสองข้างพาดปืนไว้กับไหล่วิ่งฝ่ากับระเบิดทางซ้ายขวา กลางเสียงอื้ออึงควันที่คาวเลือด และโคลนที่หยำเหยอะ เขาพุ่งไปข้างหน้า หันกลับมา แล้วเห็นตัวเองกลายเป็นแรมโบ้ แรมโบ้ตัวจริงเสียจริง ซิลเวสเตอร์ สตอลโลนหนังตาตกคาดผ้าสีแดง กลางโคลนหยำเหยอะ ใครบางคนจับหูแรมโบ้ เฉือนมันออกด้วยมีดคมกริบ มือที่มองไม่เห็น เขารู้สึกถึงเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดจากกัน ได้ยิเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นชัดเจน แคว้ก คว้าก ครึ่ด ครึ่ด เสียงที่ดังยิ่งกว่าเสียงของระเบิดนาปาล์ม ใบหูลับลาไม่หวนกลับ พลันเขาสะดุ้งตื่น ด้วยเสียงเคาะประตู

ผู้หมวดทรนงลุกจากเตียง สวมเพียงกางเกงในสีมอข้ามคืนจากวันวาน ร่องรอบาดแผลยังมีให้เห็นตามที่นั่นที่นี่ เขาสะบัดหัวสองสามหน เดินไปเปิดประตู ผงะหงายนิดหนึ่ง พลางเอ่ยปากสบถ เหี้ย!

หรือเขาไม่ได้หลับ ไม่ได้ฝัน เขาตื่นลืมตาตั้งแต่เสียงกรีดร้องกลางดึกไร้ที่มานอนฟังมันอย่างเพิกเฉยเย็นชา ต่อให้เป็นเสียงกรีดร้องแท้ๆเขาก็หมดปัญญาจะไปช่วยเหลือ มันอาจคือกิจธุระของผู้เช่าคนอื่น เพศสัมพันธ์อันร้อนแรง หรือความทรมาน ความกลัว เขาพบมันมาหมดแล้ว และเห็นมันต่อหน้าจนความรู้สึกที่มีทั้งหมดถูกสูบออกไปจนแห้งเหือด มันเป้นเพียงเสียงสั้นๆธรรมดา ห้วงอากาศหนึ่ลมหายใจ แล้วก็ดับวูบไปไม่หลงเหลืออยู่อีก เขาพลิกนอนตะแคงทับหูข้างที่หายแนบหมอน ตั้งแต่เขาสูญเสียมันไป เขาชอบนอนตะแคง ไม่มีใบหูให้เกะกะอีกแล้ว

ดังนั้นเขาจึงพบใบหูแช่เหล้านั้นด้วยตัวเอง ผงะถอยสบถคำ เหี้ย! ออกมาโดยไม่ตั้งใจ ตั้งสติอย่างรวดดร็ว แม้จะเลิกเป็นทหารรับจ้างมาหลายปี และใช้ชีวิตแช่เหล้าเคล้าหว่างขามานานครันมันก็ไม่ได้ทำให้ความปราดเปรียวของเขาลดลง ใครบางคนเล่นตลก แต่กูไม่ขำ เขาไม่ได้ก้มลงหยิบขวดนั้นในทันที หากเหลียวซ้ายแลขวา ถอยกลับเข้าห้องหันไปคว้าปืนที่ซ่อนไว้ใต้หมอน

สัตว์เอ๊ย! เขาสบถพยายามรื้อค้นลิ้นชักในหัวว่าไอ้คนทำมันเป็นใคร !

หูสีทองแช่เหล้าตั้งวางอยู่กลางโต๊ะเครื่องแป้งแตกแยกออกเป็นสองยามส่องสะท้อนกระจก ผู้หมวดทรนงจุดบุหรี่สูบคิดถึงบรรดาเพื่อนทหารร่วมรบในขเมร กว่าครึ่งเสียชีวิตไปในสงคราม ที่เหลือบางคนพิการขาแขนขาดสิ้นท่าน่าสมเพชหมดเขี้ยวเล็บ เว้นแต่ไอ้เฟิ้มที่ไปพึ่งใบบุญนักการเมืองท้องถิ่นที่เชียงใหม่ เขาไม่เจอไอ้เฟิ้มนับสิบปีหลังจากเขาปฏิเสธคำชวนของมัน แล้วลงใต้ไปคลุกอยู่กับกิจการค้ากามอันฟุ้งเฟื่อง กลิ่นเมือกเหม็นคาวที่จะติดตัวเขาแม้จะเดินอยู่ในตลาดหลังอาบน้ำมาเอี่ยม กลิ่นราวกับเขาเพิ่งไถตัวมาจากช่องคลอดโสโครกของอีนางแม่ที่คลอดลูกในห้องน้ำสาธารณะ กลอ่นคาวที่ทั้งชวนคลื่นเหียนและเย้ายวนอย่างยิ่ง

เขาไม่ชอบนึกถึงความหลัง มันผูกพ่วงเอาความสะอิดสะเอียนทั้งหมดทั้งมวลมาจุกอยู่ตรงคอหอย สำรากออกมามากครั้งก็ไม่สูญสิ้น เมือกบางชนิดแม้ล้างเท่าไรก็ไม่เคยรู้สึกสะอาด อดีตบางประเภทลืมไม่ได้ทำได้แค่ขุดหลุมลึกฝังมันพร้อมกับความเป็นมนุษย์ทั้งหมดในตัว

ไม่เหมือนข่าวทีวีฉายวนซ้ำๆกรณีเขาพระวิหารที่ทำให้นึกถึงถึงตัวเองตอนอายุสิบขวบไม่รู้ทำไมเขาจพข่าวนี้ได้แม่นยำนัก หรืออาจเป็นเพราะเขามาจดจำมันได้ตอนที่ตัวเองเป็นทหารแล้ว ประวัติศาสตร์เล่นซ้ำอย่างน่าตลก เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรกับเนื้อข่าวมากนัก ทีวีเหียกๆของโรงแรมนี้รับติดช่องเดียวเขาแค่เปิดมันทิ้งไว้เพื่อเติมความเงียบเท่านั้น

อย่ากระนั้นเลยเขาลุกสวมกางเกง กวมเสื้อเชิ๊ตตัวที่ใส่เมื่อคืนซึ่งยับยู่อยู่ปลายเตียง แล้วหยิบปืนขึ้นสอดเหน็บเอวไว้ข้างหลังแล้วดึงชายเสื้อลงมาปิด จากนั้นส่ายอาดๆออกไปจากห้อง

โถงทางเดินมืดและแคบ เขาทำตัวประหนึ่งลาดตระเวนไปบนถนนดินแดงที่ไหนสักแห่งระหว่างเส้นแบ่งพรมแดนไทยกัมพูชา ประวัติศาสตร์เล่นซ้ำ เขากลายเป็นแรมโบ้ในโถงทางของโรงแรม ทาสีเลือดนกชุ่มฝุ่นหมองไหม้ ทุด! แรมโบ้ตกสมัย

เขารู้จักผู้เช่าฟากรายเดือนทุกคน ไม่มีใครให้สงสัยได้ เว้นแต่ไอ้หนุ่มหน้าอ่อนที่มาใหม่เมื่อวานนี้ ท่าทางไร้พิษสงจนไม่น่าจะสร้างปัญหาอะไรได้ เขาพุ่งเป้าไปที่แขกชั่วคราว ไอ้เฟอ้มอาจมาพัก หยอกกูด้วยใบหูมันออกจะมากไปหน่อยนะไอ้เหี้ยเฟิ้ม

จากปีกซ้ายชั้นสามเขาขึ้นไปชั้นสี่บนสุดของโรงแรม ไล่แนบหูฟังทีละห้อง เป็นการลาดตระเวนที่สิ้นท่าไร้ยางอาย ทั้งที่นอนไม่พอและเมาค้างเขากลับรู้สึกตื่นตัวกระชุ่มกระชวยราวกับไปอยู่ในสนามรบ ในตอนที่หูเขายังอยู่ครบ และฆ่าแม่งหมดทุกตัวไม่เลือกเด็กเลือกผู้ใหญ่ แน่นอนเขาไม่มีคุณธรรมอะไรมากนัก แค่หลักคิดง่ายๆไม่ใช่พวกเดียวกันย่อมคือศัตรู จะเด็กหรือแก่มันก็คือศัตรูเหมือนกัน อย่ามาตัดสินกู ในเมื่อมึงไม่เคยเห็นเด็กยิงเพื่อนมึงเจาะกะโหลก เขาลูบใบหน้าพบเลือดจากอดีตเปื้อนมือ เลือดติมันสมองของเพื่อนที่ถูกยิงตายไปสิบปี หรือมากกว่า

เขาเกลียดนัก ไอ้โรงแรมเหี้ยนี่ อยู่กับมันมาหลายปีไม่มีคำว่คุ้นเคย มันบึ้งตึงและเงียบเฉยไม่รับเขาเป็นพวก มันเป็นเหมือนป่ากลางคืนของดินดนแปลกหน้า ศัตรูพร้อมจู่โจมจากทุกทิศทาง หูว่องไว ใช้การได้ดีกว่าตา เพราะเมื่ออยู่ในความมืดมันมืดสนิท เงี่ยหูฟังสิ ถ้าได้ยินภาษาผิดเพี้ยนก็ยิงโดยไม่ต้องถาม โถงทางเดินโรงแรมมันมืด ไม่ได้มืดเพราะไฟไม่พอ แต่มืดเพราะมันมีความมืดดำรงคงอยู่มาก่อนหน้า โรงแรมนี่มันสร้างทับบนความมืด เหมือนกะหรี่ที่นอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้า ดูข้างนอกมันก็สวยดีแต่ข้างในสกปรกฉิบหาย ห้องสี่ศูนย์หนึ่งสุดทางเดิน มีเสียงประหลาด มันทำให้เขานึกถึงมาเฟียจีนสุมรุมควันบุหรี่แบบในหนังไอ้พวกนี้มันโหด เขาเคนเห็นมันเฉือนหัวนมผู้หญิงขาดร่องแร่งก่อนจะเอาไปโยนทิ้งข้างทาง พวกกะหรี่หนีซ่องลงเอยริยำแบบนั้นเสมอ เขาอาจจะเป็นคนเหี้ยมแต่ไม่เคยลงมีดกับผู้หญิง เด็กๆของเขาอย่างมากก็โดนตบ กะหรี่ไม่ใช่พวกขเมรระยำ

เสียงก้องจากห้องสี่ศูนย์หนึ่งสื่อภาษษที่เขาไม่มีวันเข้าใจ ไม่ใกล้ภาษษขเมร แต่ใช่ภาษาไทยแน่ชัด ป่ากลางคืนให้เขามากกว่าที่คิด ประตูไม่ได้ล๊อค เขาค่อยเอื้อมหยิบปืนพกคู่ใจ กล้ามเนื้อทุกมัดบิดเป็นเกลียวเขม็ง อะดรีนาลีนฉีดพล่านพร้อมรบ นี่ไม่ใช่เรื่องหู ไม่ใช่เรื่องของเขาพระวิหาร มันคือความเป็นตาย อธิปไตยของคนขเมรในสงคราม คือการปราบปรามาเฟียใจหมา ป่ากลางคืนที่มืดมิดมีสีเลือดนก เขาผลักประตู จู่โจมเป้าหมายแบบไม่ให้ตั้งตัวติด หญิงหนึ่งชายหนึ่ง เปลือยอย่างริยำ เขาซัดสองนั้นซ้อน เจาะกระโหลกโดยมิต้องสงสัย ชายหญิงชาวพม่าคู่หนึ่งนอนจมกองเลือดทั้งไม่ได้นุ่งผ้า ซิ่นสกปรกของหล่อนยังกองอยู่บนพื้นเสียด้วยซ้ำ

เขาตระหนักสีแดงเลือดนกก็ตรงนี้ เลือดกับพรมเหี้ยนั่นคนละสีกัน ข่าวทีวีริยำเรื่องเขาพระวิหารเล่นซ้ำต่อเนื่องจากห้องของเขาย้ำคำดิมที่อื้ออึง เขายืนมองศพคนคู่นั้น ไม่ก็ออกมาเสีย ปืดประตูลงกลอนเดินกลับห้องเยือกเย็นมาปิดทีวี แล้วเอาหูนั่นแช่เข้าตู้เย็น

ควันบุหรี่อ้อยสร้อยลอยระยำอย่างร้ายกาจ เขารู้สึกคาวกลิ่นดินปืน เมือกที่ล้างไม่ออก ประวัติศาสตร์ที่ไหลทบ ลูบคลำหูขวาแล้วพบว่ามันกลับมาคืนที่เดิมโดยไม่ได้หายไปไหนมาตั้งแต่ต้น

scene from BLUE VELVET directed by DAVID LYNCH

บันดาลใจจาก AFTER DARK เขียนโดย HARUKI MURAKAMI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: