โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ ภาค 2 : 1.เรื่องสยองขวัญของวรรณา

เรื่องสยองขวัญของ วรรณา

ทุกวันจากสองทุ่มถึงห้าทุ่ม เธอจะร้องเพลง

หลังจบเพลงสุดท้ายของวันเธอบอกลาผู้ฟังซึ่งมีจำนวนบางตา ส่งไม้ต่อให้กับเครื่องเล่นซีดีกระป๋องกระแป๋งกับเพลงหวนเลี่ยนเอียน เธอดื่มหนึ่งแก้ว เบียร์ สกอตช์วิสกี้ บรั่นดี อะไรก็ได้ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ดื่มรวดเดียวราวกับการพบเจอน้ำครั้งแรกหลังการแรมทางกลางทะเลทราย จากนั้นเธอออกทางประตูข้าง ตรงดิ่งขึ้นลิฟท์ครืดคราดไปยังชั้นสาม ห้องสามศูนย์เก้า ปีกซ้ายของอากาคาร ฝั่งสำหนับผู้เช่าแบบรายเดือน ไม่มีการทักทายผู้ฟัง ไม่นั่งโต๊ะ เธอเลยวัยการเป็นหญิงนั่งชั่วโมงมาแล้ว ไม่มีการอ้อยอิ่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ ไม่สนทนาวิสาสะกับผู้ใด เพลงจบเท่ากับเธอจบหน้าที่ของวัน เก็บของออกจากที่นั่นรวดเร็วแบบข้าราชการเช้าชามเย็นชาม

ในห่องสามศูนย์เก้า ลูกสาวของเธอยืนหันหน้าเข้าหาผนัง เธอเห็นเช่นนั้นเสมอในหางตา แต่หากจ้องมองก็จะหายไป เด็กนั่นเป็นภูติผี แต่เธออยู่กับภูติผีมานานเกินไป แค่ยืนตรงมุมห้อง เธอชินกับมันแล้ว หรืออย่างน้อยเธอก็คิดว่าเธอชินกับมัน

โรงแรมไม่ใช่บ้าน ต่อให้คุณอยู่โรงแรมยาวนานชั่วชีวิตก็ไม่อาจนับมันเป็นบ้านพักพิงอิงอาศัย เธออยู่ในห้องสามศูนย์เก้ามาแล้วห้าปี หลังจากเมอร์ซเออร์โกดาร์ดฉุดลากเธอมาจากแสงสีฉูดฉาดของคณะคาบ่าเร่ต์บนเกาะสมุย เธออยู่ที่นั่นในฐานะนางโชว์ตลก ใช่แล้วเธอเคยมีเพศเป็นชาย นั่นมันนานมาแล้ว นานจนเธอเริ่มจะลืมๆ หรือถ้าจะพูดในอีกทางหนึ่งเธอไม่ได้คิดว่าเธอเป็นผู้ชาย แค่ถูกบังคับให้เป็นในเวลาสั้นๆ สิบห้าหรือยี่สิบปี ห้วงเวลานั้นทั้งหวานชื่นและขื่นขม เธออัปลักษณ์ข้อนั้นเธอรู้ดี เธอจึงกลายเป็นเพียงเด็กเก็บของและนางโชว์ตลกคั่นเวลา ทุกคืนค่ำแต่งหน้าหนาเตอะทาปากให้ล้นขอบ เติมไฝ แล้วออกไปทำท่าบ้าๆบอๆ รสนิยมห่ามๆของพวกกะเทยเฒ่า เธอนึกสมเพชตัวเองบนเวทีนั้นขณะแสงสปอตไลท์สาดต้อง คืนหนึ่งเทปที่เอามาเปิดเกิดขาดม้วนลงเสียเฉยๆกลางคัน เธอกัลงเต้นระบำรำฟ้อนเป็นสาวเกาหลีที่ถูกทิ้งในเพลงอารีดัง เธอตัดสินใจร้องสด เสียงทุ้มต่ำแบบผู้ชายทำให้มันดูน่าขันขึ้นหลายเท่า ผู้คนข้างล่างหัวเราะตบมือเป่าปาก แค่ค่ำคืนน่าอายอีกคืนหนึ่ง เธอแค่ข้ามมันไปเหมือนฟาสท์ฟอร์เวิร์ดหนังตอนที่น่าเบื่อ หรือตอนที่เธอไม่อยากดูซ้ำ มึนงงเลื่อนไหลไร้สติปล่อยร่างกายขยับอัตโนมัติ เธอจำเนื้อเพลงได้ทุกคำ ซ้อมมาจนขึ้นใจ ร้องอย่างไร้อารมณ์ แน่นอน เพลงเศร้าในการแสดงตลก ความเศร้าคือสิ่งต้องห้าม กว่าเธฮจะรู้ตัวเธอก็อยู่ในห้องแต่ตัว และมีนามบัตรของเมอร์ซิเออร์โกดาร์ดอยู่บนโต๊ะ

เรื่องราวเนิ่นนาน พอจะเป็นตำนานถ้าเอ่ยขาน ตอนนี้เธอกำลังเช็ดเครื่องสำอางออกาจาหน้ากลางความเงียบที่เครื่องปรับอากาศครางกระหึ่มประกาศตัวตน ราวกับสิ่งมีชีวิตเดียวในห้องโรงแรมที่เพี้ยนพิลึก ข้างหลังจากหางตาเด็กหญิงในชุดประโปรงติดกันยังยืนหันหน้าเข้าหาผนัง เธอนึกรำคาญนังผีเด็กบ้างเป็นบางครั้งแต่ไม่ใช่ในคืนนี้ อีเด็กนั่นน่าจะมีอยู่ก่อนเธอย้ายมา แรกทีเดียวเธอก็กลัว แต่เธอก็เลือกไม่ได้ ได้แค่มองเห็นจากหางตา

เมอร์ซิเออร์ โกดาร์ดบอกว่าเสียงของเธอทำให้นึกถึง นีน่า ซีโมน เธอไม่รู้จักนีน่า ซีโมน ภาษาอังกฤษไม่กระดิกหูสักคำ เธอมาจากหมู่บ้านเล็กๆของภาคอีสาน สิ้นสุดการศึกษาในวิทยาลัยอาชีวะในชื่วันชัย ตอนนั้นเธอพกแป้งจอห์นสันแอนด์จอห์นสันในกระเป๋านักเรียนแล้ว หลบมุมตามห้องน้ำชาย แต่งหน้าทาตาและจ้องมองนักเรียนชายืนฉี่ตาเป็นมัน วัยเยาว์อันขมขื่นซึ่งเธอไม่ได้อินังขังขอบกับมันอีกแล้ว เมอร์ซิเออร์โกดาร์ด ยืนเทปของนีน่า ซีโมนให้เธอฟัง ตอนนั้นเธอเข้าใจว่าเขาจะมาจีบเธอด้วยซ้ำ ไอ้ฝรั่งรสนิยมประหลาด แต่เธอก็กลับห้องเช่าแล้วนอนฟังมัน เสียงทุ้มต่ำเอื้อนภาษษที่เธอไม่รู้จัก โศกลึกระคนเข้มแข็ง เธอถูกดึงดูดโดยเสียงนั้น เพียงเสียงโดยไม่พาดพิงถึงสิ่งอื่นใด เธอฟังมันวนซ้ำไปมา ถึงขั้นหาเนื้อเพลงมาจนได้ด้วยความช่วยเหลือของไอ้ฝรั่งขี้นกผัวของนางโชว์คนหนึ่งในคณะ คนที่เบะปากมองเธอตอนที่เธอไปขอร้องให้มันแกะเนื้อเพลงให้

“ถ้าฉันตาย และดวงวิญญาณสาบสูญ มันก็หาใช่ความผิดของใครนอกจากฉันเอง”

ผ่านการแปสามสี่รอบจากแขกคนนั้นคนนี้ในที่สุดเธอก็ได้สำนวนที่เธอถูกใจ เธอไม่ได้ร้องเพลงของนีน่า ซีโมน ไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับนักร้องคนนี้มากนักนอกจากสิ่งที่เมอร์ซิเออร์โกดาร์ดพูดว่า หญิงผิวสีผู้นี้ค่อยๆกลายเป็นบ้าไปในช่วงท้ายของชีวิต

เธอมีดวงจิตของนีน่ามาเข้าสิง เธอหยิบยาสำหรับก่อนนอน เม็ดสีส้มสองเม็ด สีขาวหนึ่งเม็ด สีเขียวหนึ่งเม็ด เธอเคยลืมกินยาเหล่านี้ คืนนั้นเธอกรีดร้องและวิ่งเปลือยกลายไปทั้งปีก ลูกตุ้มแกว่งไกวในร่างเปล่าที่ท้วมลงพุง ใบหน้ายังไม่ได้เช็ดล้าง คืนนั้นอีเด็กเปรตมันหันมาจ้องหน้ากับเธอในความมืด

ทั้งหมดทั้งมวลเธอเลือกด้วยตัวเธอเอง เธอออกจากบ้านตอนอายุยี่สิบหลังจากโดนพ่อกระทืบเมื่อเขาพบลิปสติกในกระเป๋า อีกสองเดือนเธอจะจบปวช. แต่เธอก็ไม่ได้สนใจวิชาบัญชีห่าเหวนั่นอยู่แล้ว แม่ได้แต่นั่งร้องให้หัวบันไดบ้าน คืนนั้นหลังจากเธอตืนกลางดึกเห็นปากตัวเองบวมเป่ง เธอบอกแม่ว่าจะลุกไปเยี่ยวจากนั้นเดินลงบันไดบ้านโดยไม่เคยกลับไปที่นั่นอีกเลย

เธอคิดว่าไม่ใช่ความผิดของใครที่เธอรักผู้ชายคนนั้น เขาเป็นคนดีพ่อม่ายเมียหนีทิ้งลูกสาวเล็กๆไว้คนหนึ่ง ทำงานหนักและต้องคอยหลบหน้าผู้คนที่ได้เมียเป็นผู้ชายซ้ำยังหน้าตาอัปลักษณ์เหมือนกองขี้ แต่เขาก็ไปจากเธอหลังจากเธอฆ่าอีเด็กเปรตนั่น

เรื่องทีแล้วก็แล้วไปความทุกข์เศร้าทั้งหลายในชีวิตไกลลงท่อไปในเพลงพวกนั้นตลอดสองทุ่มถึงห้าทุ่ม ตอนนี้ในห้องโรงแรมอันมืดตื้อ เธอนึกสงสัยว่าทั้งที่เธอกินยาครบทุกเม็ดแล้วทำไมเด็กคนนั้นถึงยังหันหน้ามาหาเธอ

1.เธอเคยมีความหลังเกี่ยวกับวิญญาณที่หลอกหลอนเธออยู่

2.เด็กคนนั้นอาจจะมีอยู่มาก่อนที่เธอจะย้ายมาที่นี่ มันเพียงรวร่างเข้ากับประสปกาณ์ในอดีตทั้งหมดที่เธอเคยมี

3.เธอไม่ได้เห็นอะไร มันเป็นอาการป่วยทางจิต ไม่ควรให้รู้ว่าเธอเคยคิดว่ามืออีเลคโทนของเธอจะฆ่าเธอ เธอเคยหันไปตบหน้าเขา เพราะเข้าใจว่าเขากำลังนินทาเธอ เธอได้ยินไปเอง

4.ตำนานผีโรงแรม ผัวเมียคู่หนึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวในโรงแรม เขามีลูกหลึ่คนอายุห้าขวบ คืนนั้นผัวเมียทะเลาะกัน ผัวเลยไปนอนที่อื่น ข้างเมียดื่มจนเมาหลับไป ตื่นมาถึงได้พบว่าลูกสาวตัวเองจมน้ำในอ่างอาบน้ำ ว่ากันว่าหลังจากนั้นถึงไม่มีใครมาพัก แม่บ้านก็จะพบรอยน้ำเลอะเทอะในห้องน้ำโรงแรมเสมอ แม่บ้านคนหนึ่งเคยเจอเรื่องนี้จังๆตอนเข้าไปเก็บห้อง เธอกำลังเปลี่ยนผ้าปูเตียงตอนที่ได้ยินเสียงน้ำจ๋อมแจ๋ม เลยเดินเข้าไปดู เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเปลือยกายในอ่างอาบน้ำ

5.เธอหลับไปตอนไหนไม่รู้ แต่ตื่นมาเพราะรู้สึกเหนียวตัว เครื่องปรับอากาศครางกระหึ่ม แต่อากาศหลับอับและร้อน เหงื่อซึมทั่วร่างเหนอะหนะ พอเธอเปิดไฟหัวเตียงถึงรู้ว่านอนอยู่บนเตียงที่ชุ่มไปด้วยเลือด

6.เธอวิ่งเตลิดเปลือยกายไปรอบๆชั้น ทุบประตูทุกห้อง แต่ไม่มีใครเปิดประตู มีแต่เด็กคนนั้นที่โผล่เสี้ยวหน้ามาจากปากประตู เธอวิ่งไปจนสุดทางลังเลว่าจะกระโดดลงไปหรือไม่ ราวกับห้องหดสั้นเข้า ไฟค่อยๆดับลงทีละดวง ในที่สุดเธอตกอยู่ในความมืด ซึ่งที่จริงอาจเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

7.ชุดติดกันสีขาวมีซับในเป็นผ้าแร่งบางขลิบลูกไม้ที่ชายกระโปรง ตัวเสื้อแขนป่องปักลายดอกไม้สีชมพู รองเท้าหนังหุ้มข้อปิดกระดุม แต่เด็อาจอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า (ตายจากการจมน้ำ)

8.วรรณา อาจเจอเรื่องเช่นนี้ในทุกคืน มันเกิดขึ้นซ้ำๆ แต่เธอไม่เคยจำได้ เหตุการณ์ปรากฏซ้ำเหมือนเธอติดอยู่ในวงจรของการหลอกหลอนไม่รู้จบ อยู่ในนาฬิกาทรายของนิทเช่ ที่พลิกคว่ำไปมาโดยมีเธออยู่ข้างใน

9.มันอาจเป็นกรรมเก่า (ถ้าจะอธิบายด้วยวิธีของกรรม) ขณะเดียวกันเธออาจเป็นเพียงผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่บังเอิญ ติดกับเหตุการณ์

scene from KAIRO directed by KIYOSHI KUROSAWA

บันดาลใจจาก AFTER DARK เขียนโดย HARUKI MURAKAMI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: