โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ : บทที่3

สถานที่นี้มีทุกสิ่งยกเว้นเวลา โถงทางเดินปูพรมสีแดงเข้มเกือบเป็นสีน้ำตาล เพดานสูง ลิฟท์เก่าครืดคราด หลอดฟลูออเรสเซนต์ ดาวยั่วชั้นสาม บาร์เหล้าชั้นใต้ดิน รูมเซอร์วิส โทรศัพท์ โทรทัศน์ประจุช่องรายการมากหลายจากหนังคลาสสิคถึงละครน้ำเน่า กุญแจคีย์การ์ด เครื่องปรับอากาศ เสียงเพลงเสริมบรรยากาศผ่านลำโพงแต่ที่นี่ไม่มีเวลา

ในทางกายภาพที่นี่ไม่มีนาฬิกาเลยสักเรือนไม่ว่ารูปแบบไหน  นาฬิกาติดผนัง  นาฬิกาดิจิตอล  นาฬิกานกคุกคู  นาฬิกาข้อมือของพนักงาน  ตู้นาฬิกาโบราณ  กระทั่งนาฬิกาที่เดินไม่ตรงก็ไม่มีอยู่  ราวกับเวลาถูกกกวาดซัดพลัดหายลงท่อน้ำทิ้ง  แม้แต่นาฬิกาข้อมือของผมซึ่งรับประกันความเที่ยงตรงตลอดอายุการใช้งานพอมาถึงที่นี่มันกลับหยุดเดินไปเสียดื้อๆ

ที่นี่ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างกลางวันและกลางคืน  ราวกับว่าโรงแรมทั้งหลังถูกห่อคลุมด้วยผ้าสีแดงเลือดนกที่เข้มข้นจนเกือบเป็นสีน้ำตาล  สีเดียวกับพรมและผ้าม่านกรุผนัง   แสงแข็งเย็นในอุณหภูมิต่ำจากเครื่องปรับอากาศสาดส่อง   บังเกิดซอกมุมมืดสลัวสงบนิ่งตามจุดนั้นจุดนี้   ตรงชานพักบันได  หรือมุมของห้องโถงโรงแรม   อาจซ่อนเป็นชั้นเคลือบบางๆระหว่างวอลล์เปเปอร์ลายดอกไม้ไม่ทราบชนิด   สงบนิ่งอย่างรอคอยและชั่วร้ายราวดอกไม้กินแมลงซุ่มคอยเหยื่อ  กลางพื้นสีเขียวทึมคล้ำ

ผมกำลังเดินลงบันได เ สียงครืดคราดของลิฟท์ทำให้ผมอึดอัดพิลึก  ราวกับโรงแรมนี้กำลังคำรามเพื่อกดข่มผมไว้ในบรรยากาศสลัวรางเฉพาะตัว   ภายใต้แสงที่น้อยไม่ก่อให้เกิดเงาอีกต่อไป   ผมรู้สึกตัวตนของตัวเองค่อยๆถูกเจือจางเหมือนก้อนน้ำแข็งที่ละลายช้าๆในแก้วน้ำ

เมอร์ซิเออร์โกดาร์ด รอผมที่ปากทางชั้นลอบบี้ ผมรู้ได้โดยไม่ต้องแนะนำตัว   เขายืนที่นั่น  ผอมสูงในชุดสูทที่ตัดเย็บมาอย่างดี   มองลอดแว่นกรอบหนายิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยทักทายผม   เขารู้ว่าผมจะลงบันไดไม่ใช่ลิฟท์  เขารู้เกี่ยวกับผม มากกว่าที่ผมคิดว่าเขาจะรู้   ผมถูกชะตาเขาแต่รู้สึกระวังระไว   แอนหลับอยู่ในห้องมืด เธอเพ่งมองยังม่านหนาหนัก  ผมเดินตามหลังเอมร์ซิเออร์โกดาร์ดเข้าไปในส่วนห้องอาหารของโรงแรม  โต๊ะและเก้าอี้ว่างเปล่าเรียงรายราวยี่สิบหรือสามสิบโต๊ะ ปราศจากผู้คนยกเว้นผมกับเมอร์ซิเออร์โกดาร์ด   มันคือส่วนที่ถูกปิดหรือไม่มีใครลงมากินอาหาร   โรงแรมที่ดูท่าทางจะเป็นโรงแรมจิ้งหรีดจากภายนอกที่แท้ข้างในกลับกว้างใหญ่หรูหรากว่าที่คิด   มันคือซากหลงเหลือของอดีต หรือความล้มเหลวทางการคิดคำนวณจำนวนแขกกันแน่   ที่นี่ไม่มีเวลา   อดีตไม่ปรากฏ   ปัจจุบันก็ไม่มีอยู่   มีแต่ห้องอาหารกลางอากาศเปลือย ความขึงขังอันกดข่ม   แอนลุกจากเตียงมาที่หน้าต่าง เธอแหวกม่านออกมองดูข้างนอก จ้องมองเหม่อลอยในเสี้ยวหน้าที่ถูกแสงตกกระทบเล็กน้อย   เมอร์ซิเออร์โกดาร์ดดูท่าทางสบายๆ   เขาพึงใจความเรี่ยมเร้เรไรของห้องหารไร้ผู้คน ผายมือเชิญผมนั่งคนละฟากของโต๊ะเล็ก  ผมพยายามมองหาแอน หรือมาริ หรือใครสักคนนอกจากผมกับเขา ความอึดอัดขัดข้องแผ่ซ่าน ผมไม่กล้าเอ่ยปาก เกรงการหล่นคำสนทนาจะทำอากาศอันถูกจัดวางไว้แล้วนั้นให้เสียรูปทรง

“คุณเคยมาลพบุรีมาก่อนไหม “  เมอร์ซิเออร์โกดาร์ดเปิดประเด็น เขาพูดไทยชัดถ้อยชัดคำ ชักจนขัดกับดวงหน้าแบบชาวต่างชาติคมสัน ซึ่งตีนผมเลยลึกเข้าไปกลางศรีษะ เขาสูบบุหรี่ตอนไหนผมไม่รู้เลย ใบหน้าข้างหลังควันสีเทาแสดงสีหน้าที่ผมตีความไม่ได้ ควันบุหรี่กั้นระหว่างผมกับเขาไว้

” ไม่เคยครับ”

“เยี่ยม! ผมไม่ต้องการให้คุณรู้อะไรเกี่ยวกับลพบุรีมากนัก จริงๆเมืองนี้เยี่ยมยอด สิ่งก่อสร้างใหม่ซ้อนทับลงบนเมืองเก่า ราวกับเวลาไหลทบกันเป็นชั้นของลาวา บางชิ้นส่วนปูดโปนมาเป็นพระปรางค์กลางสี่แยก ตระหง่านโดยไม่เกรงกลัวการรุกคืบใดๆ มันทำให้ผมนึกถึงภูเขาไฟ มันสงบราวมอดดับลงสิ้น แต่ลาวาแห่งอดีตกาลยังครืนครั่นอยูข้างใน คุณเคยเขียนบทภาพยนตร์มาก่อนไหม”

“ไม่เคยครับ “

“เยี่ยม! ผมไม่ต้องการผู้รู้ ผมชอบนิยายของคุณ มันออกจะฟูมฟายสักเล็กน้อย แต่ก็มีบรรยากาศอันคาดเดาไม่ได้ ผมชอบความคาดเดาไม่ได้ คุณก็คงชอบผมเดาว่านะ”

หลังบทสนทนาฝ่ายเดียวเริ่มต้นแอนก็โผล่เข้ามา เธอยิ้มและนั่งลงข้างๆเขากระซิบกระซาบบางอย่างแก่กัน   ก่อนจะหันมาบอกผมว่า  อาหารกำลังมา ผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้น แอนทำให้ผมสบายใจขึ้น นอกจากนั้นเสียงทุ้มต่ำชัดถ้อยคำของเขาทำให้ผมอุ่นขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อที่เกร็งผ่อนคลาย แม้ผมจะรู้สึกเหมือนกำลังพูดกับหมอกควันมากกว่าผู้คน

“มันเป็นเรื่องแบบไหนกันครับ ที่คุณต้องการให้ผมเขียน”

“ผมไม่ได้ต้องการบทที่สมบูรณ์สำหรับถ่ายทำหรอกนะ คุณแค่ร่างมันขึ้นมาก่อน อาจจะเป็นนิยายหรือเรื่องสั้นก็ได้ เก็บใจความให้หมด แล้วเปิดช่องไว้สำหรับการตีความ คุณเขียนบรรยายเกี่ยวกับภาพต่างๆได้ยอดเยี่ยมอยู่แล้วจริงไหม ผมอยากให้คุณเขียนเกี่ยวกับที่นี่ เกี่ยวกับโรงแรมอัลฟ่าวิลล์ เมืองแปลกหน้า และอาชญากรรมบางประการ รายละเอียดตัวบทอยู่ในโน้ตบุคคอมพิวเตอร์ที่แอนจะนำไปส่งที่ห้องคุณในคืนนี้ ผมไม่อยากคุยกับคุณในรายละเอียดมากนัก ผมแค่อยากแสดงแนวทางคร่าวๆ คุณจะต้องเขียนมันขึ้นมาด้วยตัวคุณเอง ท่องโรงแรมนี้เสียให้ทั่ว คุณไปได้ทุกที่ที่คุณต้องการ จากชั้นใต้ดินถึงชั้นดาดฟ้า ร่างภาพมันขึ้น บรรยากาศที่คุณคิดว่ามันเป็น จากนั้นค่อยใส่เรื่องราวเข้าไป แค่เพียงเล็กน้อย ระหว่างนี้ผมจะรับผิดชอบค่าที่พักและอาหารทั้งหมด คุณอยากออกไปข้างนอกไหม หมายถึงลพบุรี แอนพาคุณไปเที่ยวดุถ้าคุณต้องการ”

“ผมมาทำงาน และถ้าลพบุรีไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่จะเขียนผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องออกไป”  ผมเริ่มตอบโต้เขาบทสนทนาเรียกเร้าความสนใจ ผมอาจอยากแสดงให้แอนเห็นว่าผมไม่กลัวเขา เราอยู่บนความสัมพันธ์สามเส้าอันพิลึกึกกือของการแย่งชิงอำนาจของเพศชายผ่านบทสนทนา แอนแทบไม่พูด เธอนั่งเป็นเบื้อใบ้บนโต๊ะอาหาร  อาหารถูกยกมา ผิดคาดมันเป็นอาหารไทยพื้นเมือง แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ผัดผักรวม กุ้งชุบแป้งทอด ยำถั่วพู แล้วข้าวสวยร้อนกรุ่น แอนดูแลเราสองคนที่กำลังหยั่งเชิงกัน เมอร์ซิเออร์โกดาร์ดดับบุหรี่ แต่ผมยังรู้สึกเหมือนเขาอยู่ในหมอกควัน

” ผมชอบอาหารไทย ผมเกิดและโตที่นี่อาหารฝรั่งไม่ถูกปากผม ยิ่งอาหารฝรั่งเศสด้วยแล้ว แอนทำอาหารเก่ง เธอลงมือทำอาหารทั้งหมดด้วยตนเอง “

“คุณรู้จักมาริไหมครับ “ ผมโยนก้อนหินลงไปแล้ว รอคอยวงน้ำกระเพื่อม

“อา  เธอเป็นผู้เช่ารายเดือนของเรา มาดมัวแซล มาลี คุณพบเธอแล้วหรือ เรามีผู้เช่ารายเดือนจำนวนหนึ่ง มาดมัวแซลมาลีมาอยู่ที่นี่หลายเดือนแล้ว เธอเป็นคนดี ผมได้สนทนากับเธอบ่อยๆ”

คำ ‘สนทนา’ ของเมอร์ซิเออร์โกดาร์ด เร้นความหมายสกปรกไว้แนบเนียน ผมได้ ‘สนทนา’ กับเธอแล้ว เขาน่าจะรู้ เขาเป็นคนส่งเอมา เป็นความบันเทิงเล็กๆน้อยๆ ผมจะเขียนถึงเธอ ผมถึงกับแทบเชื่อว่าเมอร์ซิเออร์โกดาร์ดตั้งใจส่งเธอมาเพื่อให้ผมเขียนถึงเธอ เขาเป็นนักวางแผนที่แยบคาย

“ตอนแรกผมคิดว่าเธอเป็นคุณ “ ผมหันไปกล่าวกับแอน “คุณสองคนหน้าตาคล้ายกันมาก”

“หือม์ “ แอนกล่าวกลั้วหัวเราะ ” คุณอย่าล้อเล่นนะคะ คุณมาลีเธออายุ สี่สิบแล้ว “

ผมรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง ทรวงอกตูมเต่งในอุ้งมือผมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนั้นไม่มีทางเป็นอกของหญิงอายุ 40 อย่างแน่นอน บทสนทนาทั้งหมดที่ดูผาดเผิน สมบูรณ์เหมาะเจาะนี้มีช่องว่าง ผมรู้สึกอย่างแรงกล้า ถึงตอนนี้ผมสงบปากคำแล้ว

แอนออกไปจากห้องปิดประตูคืนดังเดิม ตอนนี้ห้องว่างเปล่าฉมจมในความมืด คอมพิวเตอร์โน้ตบุคที่ฝางับปิดสนิท วางอยู่กลางตียง

scene from ALPHAVILLE directed by JEAN-LUC GODARD

บันดาลใจจาก AFTER DARK เขียนโดย HARUKI MURAKAMI

1 comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: