โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ :บทที่1

 

โรงแรมอัลฟ่าวิลล์

( dedicated to ANNA KARINA and JEAN -LUC GODARD)

 

โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ : เที่ยงคืน

 

ก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย ผมเข้าเชคอินที่โรงแรมอัลฟ่าวิลล์

 

ป้ายไฟชื่อโรงแรมบนชั้นดาดฟ้านั้นกระพริบราวกับหายใจขัดขาดห้วง  มันสะท้อนแสงลงบนผิวถนนเปียกลื่นหลังฝนขาดเม็ด  ผมเดินผ่านโถงกลางอันมัวซัวราวกับความมืดเกี่ยวระหวัดรัดกอดโคมระย้าลวดลายหลุดยุคแล้วสาดความสลัวรางออกไปรอบห้องราวบุตรธิดา  หญิงวัยกลางคนที่เคาน์เตอร์หน้าตาบอกบุญไม่รับยื่นกุญแจให้ผม  ผมไม่แน่ใจว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าผมคือผม  แม้ว่าผมจะโทรมาจองห้องล่วงหน้าซึ่งไม่จำเป็นเลยสำหรับโรงแรมชั้นสองตกสำรวจที่กำลังจะหล่นระดับลงไปเป็นโรงแรมจิ้งหรีดในไม่ช้า  เพียงหล่อนเห็นผมปรากฏกายหล่อนก็ยื่นกุญแจให้ไม่ซักไซ้ไต่ถามไม่ขอบัตรประชาชน ไม่มีการลงทะเขียนเข้าพักราวกับทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เพื่อแขกคนพิเศษ เมื่อเธอไม่พูดผมก็ไม่ถาม  เราจึงเพียงแลกเปลี่ยนออกซิเจนกับคาร์บอนไดออกไซด์แบบของใครของมัน ผมรับกุญแจห้อง  ผงกหัวขอบคุณเดินขึ้นบันไดมืดๆตรงสู่ชั้นสาม กลางแสงไฟนีออนทึบทึม

 

ที่นั่นผมคาดเดาว่าจะได้พบกับนางยั่วชั้นสามในห้อง หล่อนนั่งอยู่ปลายเตียงพร้อมจะปลดกระดุมชุดรัดรูปที่หล่อนสวม  ผมอาจจะตบหล่อนแล้วไล่ตะเพิดออกไปเสีย หากที่ผมพบเมื่อเปิดประตูเข้าไปคือผู้หญิงชื่อแอน

 

ดวงตากลมโตของเธอลอยโดดเด่นอยู่เหนือเครื่องหน้าทั้งหมดราวกับคือดวงตาขนาดยักษ์เดินได้พูดได้ ไม่เลย  เธอไม่ได้ตาถลนหรืออะไรแบบนั้นเธอแค่มีดวงตากลมโต สวยงามและดึงดูด แค่พอเห็นดวงตาของเธอก็ลืมทุกอย่างที่เหลือ  ผมถามเธอว่ามาที่นี่ทำไม  เธอบอกว่ามาคอยดูแลความเรียบร้อยให้ผม

“ผมคิดว่าจะได้พบนางยั่วชั้นสามเสียอีก”

“เสียใจด้วยที่ปรารถนาของคุณไม่เป็นไปตามประสงค์   ดิฉันไม่ใช่นางยั่วชั้นสาม”

“ผมรู้ คุณคือแอน”

” คุณรู้? “เธอขึ้นเสียงสูงตรงท้ายประโยค วิธีการนั้นทำให้ผมตระหนักได้ว่าเธอยังเป็นสาวน้อย  อาจจะยังมีบางส่วนในร่างกายเธอยังคงสภาพความเป็นเด็กหญิงด้วยซ้ำ

“ยังไงก็เถอะ ฉันแค่มาดูว่าคุณเดินทางมาถึงที่นี่เรียบร้อยแล้ว   เราจะได้พบกันอีก  บางทีอาจจะในวิธีที่คุณคาดไม่ถึง”

“ผมจะรอ ผมชอบความคาดเดาไม่ได้”

 

ห้องนั้นกว้างโล่งเพดานสูงและไฟสว่างกว่าในห้องโถงกลาง  ออกจะสว่างจัดจ้าด้วยซ้ำ  แอนออกไปจากห้องขณะที่ผมเข้าห้องน้ำ ผมยืนฉี่เสียงดังไม่ปิดประตูราวกับไม่ต้องการรักษามารยาทกับเธอ  ผมรู้ว่าเธอรู้ว่าผมจงใจ จะยั่วเธอ แกล้งให้เธอประสาทเสีย  ความจงใจทางกามารมณ์ของชายแปลกหน้าซึ่งยืนฉี่โดยไม่ปิดประตูพวยพุ่งจากห้องน้ำของโรงแรม ตอนนั้นเองเธอออกไป ทันทีที่ได้ยินเสียงปิดประตูผมรู้สึกผ่อนคลายราวกับเพิ่งผ่านพ้นการขึ้นศาลใมนคดีอาชญากรรม  ผมแพ้ตกเป็นจำเลย แค่อยู่ระหว่างรอลงอาญา

 

ผมควรกล่าวภาพรวมเกี่ยวกับเรื่องนี้เสียหน่อยก่อนคุณจะเข้าใจผิดคิดว่าผมเป็นอาชญากร  หรือนักสืบเอกชน  ความจริงแล้วผมเป็นนักเขียนตกอับ  จะกล่าวเช่นนั้นก็ไม่ถูกเพราะผมยังได้โอกาสเขียนคอลัมน์ลงนิตยาสารอยู่บ้างสองสามฉบับ คอลัมน์น่าเบื่อไร้คนสนใจ ที่คนเขียนก็ซังกะตายหยิบคว้าอะไรจากอินเตอร์เนต มาปรับแต่งขยายความใส่สำนวนส่วนบุคคลเร้าอารมณ์  ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมถนัดจากนั้นส่งมันทางอีเมลล์ไปยังบรรณาธิการผู้ซึ่งใม่ได้ใส่ใจอะไรมากกว่าการถมช่องว่างในหน้าหนังสือพิมพ์ของตัวด้วยแถวทางตัวอักษร ด้วยวิธีการนั้นผมได้เงินยังชีพ และอาศัยบุญเก่ากับแฟนเหนียวแน่นจำนวนหนึ่งซึ่งหน้ามืดตามัวจนไม่รู้ว่าผมหมดความสามารถทางการเขียนไปนานนมแล้ว  เหลือแค่กากซากเศษของการเล่นสำบัดสำนวน ‘ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง’ ผมเบื่อแทบคลั่งกับเรื่องพวกนั้น คำเรียกขานเหล่านั้น

 

ผมยังไม่ได้บอกว่าผมมาที่นี่ทำไม  ใช่ผมมาที่นี่ตามคำร้องของของคุณแอน  เธอโทรหาผมกลางดึกคืนหนึ่งหลังจากผมหลับไปพร้อมกับชายหนุ่มแปลกหน้า เซกส์ร้อนแรงที่สุดแสนจืดชืดเราเจอกันในร้านหนังสือ  เขาเป็นแฟนหนังสือ เราพูดคุยกันและเขาแสดงความพึงใจอย่างชัดแจ้งในการสานต่อความสัมพันธ์ ผมไปที่ห้องเขาเราฟังดนตรี กื่มเล็กน้อยและมีเซกส์กัน ผมทำเช่นนั้นกับเขาสักสองสามเดือนหน และกับคนอื่นๆ ผู้หญิง ผู้ชาย ไม่มีความหมายไร้ความสำคัญ  แต่ผมจำคืนนั้นได้ เสียงเล็กๆที่เจือวี่แววของเด็กหญิงโทรปลุกผมตอนตีสามแนะนำตัวเองว่าเธอชื่อแอน  อันนา ในชื่อที่เป็นทางการ เธอโทรมาตามคำสั่งของ เมอร์ซิเออร์ โกดาร์ด บิดาของเธอ ที่ต้องการให้ผมมาที่นี่ เดินทางโดยสารรถไฟจากกรุงเทพมาลพบุรี คุณโกดาร์ดเคยอ่านนิยายของผมและประสงค์จะให้ผมมาช่วยร่างบทภาพยนตร์ให้เขา นัดพบผมที่โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ โรงแรมชื่อประหลาดแอบซ่อนอยู่ในตรอกเล็ก โรงแรมของคุณโกดาร์ด คนฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ที่นี่ อาจจะสืบเชื้อสายมาตั้งแต่สมัยพระนารยณ์มหาราช

 

แน่นอนผมจนกรอบ แทบสิ้นเนื้อประดาตัวเงินสามหมื่นตัวเลขเบื้องต้นถูกโอนเข้าบัญชีผมในเช้าวันถัดมาและผมผู้ซึ่งไม่นิยมเชิดเงินหนีหรือผิดคำสัญญาก็จับรถไฟเที่ยวเช้ามาที่นี่  แต่ได้โปรดอย่าถามว่าทำไมผมถึงมาเชคอินเอาใกล้จะเที่ยงคืน เรื่องมันไร้ความหมายเป็นแค่การลักลั่นของเวลา 

 

…………………………………………………………….

โรงแรมอัลฟ่าวิลล์ :  เที่ยงวัน

 

ก่อนเที่ยงเล็กน้อย ผมเข้าเชคอินในโรงแรมอัลฟ่าวิลล์

 

ทั้งที่ข้างนอกนั้นแสงแดดแผดกล้า  แต่ทันทีที่ก้าวข้ามมาในอาณาเขตของโถงกลางโรงแรมอากาศกลับยะเยือกลง  เย็นและมืดหม่นราวกับพลัดหลงไปในดินแดนแห่งสุริยุปราคา  โคมระย้าบนโถงกลางยังสาดแสงสลัวรางชั่วนาตาปี   แสงมืดราวกับเป็นแสงที่พลัดหลงมาจากกองไฟกองแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ  ผมกำลังสงสัยว่าเหตุการณ์ดังนี้เคยเกิดขึ้กับผมมาก่อนหน้าครั้งหนึ่งแล้ว  ผมไม่เคยมาลพบุรี หากกลับรู้สึกคุ้นเคยราวกับผมเพิ่งมาที่นี่หยกๆไม่ก็กำลังจะได้มาอีกในอนาคต  ผมแทบจะจำกลิ่นครื่องสำอางโชยฉุยจากหญิงวัยกลางคนที่ตรงเคาน์เตอร์ด้วยซ้ำ  เครื่องสำอางค์ราถูกซื้อจาดตลาดนัดวันหยุด  หล่อนถามชื่อเรียกหาบัตรประชาชน น้ำเสียงตัดเยื่อขาดใยไร้ความรู้สึกในทุกกรณี  สนทนาเท่าที่จำเป็น กรอกข้อมูลเท่าที่จำเป็น เบ็ดเสร็จเด็ดขาดไม่อาจต่อรอง  หลังสิ้นสุดพิธีการ เธอผายมือไปทางชั้นบันได ผมเดินขึ้นชั้นสาม รู้สึกคุ้นเคยกระทั่งความมืดที่เคลือบอยู่ยบนหลอดฟลูออเรสเซนต์

 

นางยั่วชั้นสามรอผมอยู่บนห้อง  เธอแทบจะปลดกระดุมเสื้อตัวเองตอนที่ผมเข้าไป  ผมบลอนด์ ร่างเตี้ยอวบอัด ย้อมผมบลอนด์ชวนกระอักกระอ่วน  ผมรู้ว่าเธอจะรออยู่ แต่ผมก็อดตกใจไม่ได้  ผมควรจะไล่เธอออกจากห้อง ตะเพิดหรือลงไม้ลงมือ  แต่ผมเปล่า  แค่กล่าวขอโทษบอกว่าเข้าผิดห้องแล้วปิดประตู  ผมมองเลขห้องเทียบกับกุญแจอีกครั้งก่อนเดินกลับลงบันไดไปชั้นล่างเพื่อแจ้งว่านี่มันผิดห้อง

 

ผมพบผูหญิงอีกคนที่ชั้นล่าง  ดวงตากลมโตจ้องมองราวร่ายมนต์สะกด  ผมตกในแรงดึงดูดนั้น เธอเหลือบมองชื่อผมในทะเบียนเข้าพัก  ตกใจเล็กน้อยที่เป็นชื่อผม  กล่าวขอโทษเรื่องห้อง  หันไปเอ็ดอึงเอากับหญิงคนเดิมที่รับฟังอย่างไร้อารมณ์  เธอเปลี่ยนกุญแจ และแจ้งว่าผมจะได้พบกับพ่อของเธอตอนเย็น เธอแนะนำตัวว่าชื่อแอน ลูกสาวของเมอร์ซิเออร์ โกดาร์ด เจ้าของโรงแรม อัลฟ่าวิลล์แห่งนี้ ผมนึกขันสอบถามว่าเธอเกี่ยวข้องอะไรกับฌอง ลุค โกดาร์ด และหนังของเขา  ทุกอย่างมันพานพ้องเกินกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ  เธอหัวเราะร่วน บอกผมว่าหลายคนก็ถามเธอเช่นนี้น  นักท่องเที่ยวบางคนถึงขั้นเดินทางมาพักที่นี่เพียงเพราะชื่อของมันชวนให้นึกถึงหนังเรื่องนั้น  พ่อเธอไม่รู้จักผู้กำกับคนนั้นไม่เกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิง  เขาไม่เคยออกจากเมืองไทยเลยตั้งแต่เกิดด้วยซ้ำ  แต่ใช่แล้วพ่อของเธอเป็นแฟนตัวยงของโกดาร์ด  เลือดฝรั่งเศสในตัว  พ่อเธอดูหนังโกดาร์ดโดยไม่พึ่งซับไตเติ้ล นั่นคือสิ่งที่แอนทำไม่ได้ เธอเกิดและโตที่นี่  ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโกดาร์ด มากไปกว่าเป็นความคลั่งไคล้พ้องของชื่อ  แล้วตอนนี้ จู่ๆพ่อของเธออยากจะเป็นโกดาร์ดกับเขามั่ง  นั่นคือสาเหตุที่ผมมาที่นี่

 

แอนแจ้งกับผมว่า ให้ลงมาที่นี่ในตอนเย็น  จะออกไปเดินดูอะไรในเมืองก่อนก็ได้ หรือจะนอนพักก็ได้  พ่อของเธอเข้ากรุงเทพ จะหลับมาถึงตอนเย็น  หรือจะให้เธอเป็นไกด์ก็ยินดี  เธอจดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองส่งให้ผม  ซึ่งรับมาอย่างเขินอาย  เธอทำให้ผมนึกถึง อันนา คารินนาในหนังเรื่องหนึ่งของโกดาร์ด ในหนังเรื่องนั้น อันนา ร้องเพลง  ก่อนหนังจะฉาย มีเสียงเตือน  ” LIGHT CAMERA ACTION !” 

 

ในห้องที่ถูกต้อง  ผมล้มตัวลงนอนบนเตียงโดยไม่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า  ง่วงงุนรวดเร็วราวกับโดนวางยา  ผมไม่ชอบตื่นเช้า ซ้ำไม่ชอบนั่งรถไฟ  ความอ่อนเพลียจู่โจมโสตประสาท  ก่อนจะม่อยหลับ ผมคิดว่าตัวเองอยู่ในอัลฟ่าวิลล์ เมืองที่ปกครองโดยกฏทางวิทยาศาสตร์

scenes from ALPHAVILLE directed by JEAN -LUC GODARD

บันดาลใจจาก AFTER DARK โดย HARUKI MURAKAMI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: