ห้องปิดตา-ย

 

 

โถงทางเดินนั้นเป็นสีทึม ไฟนีออน ส่องแสงสว่างอย่างสลัวเท่าเทียมกันทุกดวง ผมเดินตามลำพัง สองตาจ้องมองพื้นปูกระเบื้องยางที่แตกร่อน บางชิ้นปลายบิดงอขึ้นเหนือพื้นเหมือนเปลือกไม้เก่าแก่ของต้นไม้ปีศาจ ห้อง 308 อยู่ทางขวามือ หมายเลขห้องบนประตูหักพังไปบางส่วน ผมไขกุญแจเข้าประตูห้อง รู้สึกเหมือนทุกเสียงที่บังเกิดดังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เหมือนหลุดเข้าไปในโลกที่มีใครสักคนปรับวอลลุ่มขึ้น   

ห้องนั้นอับ กลิ่นชื้นโชยอวลกระอายทั่วห้องราวภูตผีเริงระบำรอบห้องมาร้อยปี ผมเปิดไฟ แสงสลัวเหมือนใครคลุมหลอดนีออนด้วยผ้าดำเสียชั้นหนึ่ง เปล่าประโยชน์จะคิดถึงสภาพของโรงแรม ผมแค่หาที่พักค้างคืนก่อนรถเที่ยวแรกจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ ผ้าปูที่นอนลายดอกไม้สีแดงเข้มข้นเหมือนสีของเลือดแห้ง แม้มันจะถูกซักจนสะอาด ผมก็ยังกลับรู้สึกสกปรก  แต่ผมเหนื่อยเกินกว่าจะโต้แย้งใดๆได้ ราคาสองร้อยบาทก็สมฐานะกับสภาพห้อง

ไม่มีนาฬิกา โทรศัพท์มือถือแบตหมด ผมเดินเข้าห้องน้ำ ปะทะกลิ่นชื้นอับโชยฉุย ห้องน้ำนั้นกั้นก่อปูนขึ้นโดยเหลือพื้นที่ด้านบนสักศอกหนึ่ง และไม่มีช่องลมระบายออกไปด้านนอก ละอองน้ำจึงพร้อมจะกระจายไปทั่วห้อง ซึ่งอาจคือที่มาของกลิ่นประหลาด ประตูอลูมิเนียมห้อยย้อย ครูดกับพื้นตอนเปิด กลอนหักพัง  ผมใช้เท้าเขี่ย แล้วยืนเขย่งจากปากประตู ฉี่ลงโถส้วมเขรอะๆ ก่อนจะกลับมาล้มตัวลงนอนแผ่

ความเงียบอันเข้มข้นเคลื่อนเข้าโอบคลุม คล้ายความมืด น้ำหนักของมันกดทับแก้วหูผมลั่นเปรี๊ยะ เสียงหึ่งๆของความเงียบทำลายโสตประสาท จนผมไม่อาจหลับลงทั้งๆที่เหนื่อยเหลือใจ ผมลุกขึ้นไปเปิดทีวี ภาพสลัวรางเกลื่อนรอยลูกน้ำปรากฏเป็นน้องนางหน้าแฉล้มอ่านข่าว ผมหลับไปพร้อมกับข่าวเก่าเกี่ยวกับการรัฐประหารเมื่อนานมาแล้ว

ตอนที่หลับผมฝันร้าย และสะดุ้งตื่นขึ้นท่ามกลางเสียงซ่าของลูกน้ำบนหน้าจอ หูแว่วว่ามีละครก่อนหน้า เสียงผู้หญิงกรีดร้องขอความรักดังแว่ว ก่อนจะเลือนไปในเสียงซ่าๆ สงสัยสัญญาณจะล่ม ผมไม่รู้เวลาได้ยินเสียงคนข้างห้องกึงกังผ่านห้องผม ไขกุญแจเข้าไปในห้อง 310 เสียดังเหมือนมีใครเพิ่มวอลลุ่มเป็นสองเท่า ดังเหมือนส่วนหนึ่งเป็นเสียงจากลำโพงของทีวี

สัญญาณกลับมา แต่น้องนางหน้าผ่องไม่อยู่บนจอแล้ว มันคงเป็นละคร หรืออะไรสักอย่าง ผมเหงื่อโทรมกายนั่งดูละคร แอร์ในห้องปรับไม่ได้ และมันไม่ได้ทำความเย็นอย่างที่มันควรทำ อย่างน้อยก็ไม่สมราคากับที่มันครางหึ่งๆด้วยเสียงเสียดแก้วหูในตอนนี้ นึกสงสัยวูบว่าทำไมผมถึงไม่ได้ยินเสียงนี้มาก่อนหน้า

เธออยู่ที่นั่น ถลันวูบหายไปในกระจกฝ้าราจับบนโต๊ะเครื่องแป้ง ท่ามกลางอากาศร้อนและร้อยพันเสียงจากเครื่องใช้อิเลคโทรนิคส์ ผมรู้สึกตัวเย็นวาบ พลันสรรพสิ่งสิ้นสุดการส่งเสียง เงียบเหมือนใครปิดวอลลุ่ม เป่าลมเย็นเข้ามาในห้อง ได้ยินเสียงประตูอลูมิเนียมแกรกกรากจากห้องข้างๆ เหงื่อระเหยหายไปรวดเร็วจนทิ้งรอยชื้นเย็นขนลุก  เพียงชั่วนาที แอร์เงียบเสียงลงและห้องกลับมาเย็นเยียบอุณหภูมิถีบตัวลงต่ำ จนผมสะท้านเยือก

ลูกน้ำเลือนจาง ภาพละครปรากฏวูบ เก่าแก่ราวกับรายการที่ออกอากาศจากอดีต ผู้หญิงในเรื่องกำลังนั่งร้องให้ ผินหน้าจากจอซ่อนไว้ใต้เส้นผม เธอสะอื้นจนตัวโยน ภาพมืดทึมจนผมรู้สึกตื่นเต้น อาจเป็นหนังเก่าฉายซ้ำทางเคเบิลท้องถิ่น แต่ไม่มีเสียง  ผมขยับเปิดวอลลุ่มเลื่อนขึ้นจนสุดก็ยังไม่มีเสียง มีแต่หญิงสาวในเสี้ยวมืด ร้องให้หันหน้าหาผนังสีเขียว สีเดียวกับผนังห้อง

ร่างนั้นโปร่งบางเบาปรากฏขึ้นเหมือนภาพซ้อนที่ไม่ตั้งใจโผล่มาทางหางตา  ทีวีไม่ได้เสียเพราะเมื่อครู่ผมยังได้ยินเสียงลูกน้ำซ่าๆอยู่เลย ผมชะงักค้างอยู่หน้าทีวี ขลาดกลัวเกินจะหันไปเผชิญหน้ากับรูปร่างทางหางตา

เสียงจากทีวีกระแทกรูหูจนผมสะดุ้งหงายหลัง น้องนางหน้าผ่องกลับมาปรากฏบนจอภาพ รายง่านข่าวพระพม่าเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยในห้องปิดตาย ภาพบนจอย้อนกลับเป็นภาพขาวดำของซากร่างที่มัดโยงกับต้นไม้ ใครบางคนฟาดเก้าอี้เหล็กกระหน่ำบนซากเนื้อ ภาพเหตุการณ์หกตุลา ในห้องมืดของโรงแรม รายการทีวีที่ไม่ชอบมาพากล   ผมบิดช่องหนี ภาพซ่าๆถูกแทรกด้วยเสียงกรีดร้อง ผมหมุนไปไม่ยั้งมือเสียงป๊อกแป๊ก ของลูกบิดหมุนหาช่องจากทีวีรุ่นดึกดำบรรพ์สะท้อนสะเทือน ภาพเลือนจางของการรายงานข่าว  นี่คือเสียงที่ไม่ได้ยิน กรีดร้องโหยหวนอยู่ตรงหน้าแกนี่ ซากศพคนตายซ้อนก่ายทับถม ขนจากมัสยิดไปสู่ดินแดนลึกลับสุดทางเดินปูกระเบื้องยาง รถถังลุกเป็นไฟเปลวเพลิงแผดเผาทหารคนนั้นกลิ้งเกลือก เสียงร้องขอความช่วยเหลือที่แกไม่ได้ยิน ภาพเคลื่อนเลื่อนไหลเหมือนฝันหลอนจากดินแดนอันไกลโพ้น จากการปฏิวัติไปสู่ความเสื่อม จากการเผาทำลายหนังสือ นักเขียนโดนฆ่า  คนตายร่ายคำสาปแช่งจากความมืด โหยหวนด้วยวอลลุ่มดังที่สุด

ผมรวบรวมสติกระชากปลั๊กทีวีออกมาจากเต้าเสียบ สายสีเทาสองเส้นที่เชื่อมติดกันนั้นผุเก่า หลุดออกจากขั้วปลั๊กที่เสียบค้างอยู่ หน้าจอดับวูบ สะท้อนเงาของห้องเข้าแทนที่ ปรากฏร่างสตรีนางหนึ่งนั่งชันเข่าอยู่บนเตียงข้างหลังผม ผบนผ้าปูที่นอนลายดอกไม้สีสด ตรงที่เป็นดอกไม้สีแดงเปียกชุ่มด้วยเลือดข้นคลั่กไหลท่วม เสียงข้างห้องเปิดทีวี  เสียงรายงานข่าวภาคปกติอันคุ้นเคย

ผมรู้สึกตนเองหายใจติดขัด หัวใจรัวถี่ยิบ ราวกับจะสูบฉีดเป็นครั้งสุดท้าย ประตูตู้เสื้อผ้าเปิดอ้าออก หนังสือสีแดงทะลักไหลออกจากตู้ กองบนพื้นเหมือนลิ่มเลือด ผลุดลุกขึ้นพุ่งตัวไปที่ประตู เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับผม ซึ่งเป็นแค่เซลล์แมนขายยา ผมทำงานสุจริตมาทั้งชีวิต  ไม่เคยทำผิดคิดร้ายใคร ผมใส่ใจโลกนี้ ผมไม่ดูถูกใคร ผมตั้งหน้าตั้งตาทำงานหวังเพียงเงินเก็บเล็กน้อย มันไม่ควรเกิดขึ้นกับผม ลูกบิดประตูเยิ้มเหลวเหนียวติดมือเหมือนบีบมือลงบนสัตว์ตาย  สรรพสิ่งอวลเอียน    อึงอล ผมรู้สึกสติดับวูบไป

เธอตายในเช้าวันที่สี่ รัดคอแขวนกับขื่อในห้องนี้  กว่าจะมีคนมาพบศพก็ปาเข้าไปวันที่สิบ ในขณะนั้นกรุงเทพเดือดเป็นไฟ นักศึกษาถูกปิดล้อมสังหารอย่างโหดเหี้ยม คนที่ฆ่าเธอคือใครไม่มีใครรู้ กระทั่งตัวเธอเอง ก่อนหน้านี้เธอเป็นเด็กสาวธรรมดา เธอจากบ้านมาเรียนเสริมสวย ชีวิตสุกปลั่งของวัยสาวดูห่างไกลจากความตายอย่างที่สุด  ใครบางคนบอกว่าเธอจะมีชีวิตที่ดีกว่าที่นี่ เธอจึงมา ความเคลื่อนไหวอันคึกคักในขณะนั้นหล่อหลอมเธอ เด็กสาวคนหนึ่งรับรู้ว่าที่แท้เธอจนยากและทุกข์เศร้าเพราะถูกกระทำ   เธอเข้าร่วมในการปราศรัยมากหลายก่อนหน้า เธอตั้งใจว่าจะออกไปชุมนุมด้วยซ้ำถ้าไม่มาตายลงเสียก่อน เธอถูกฆ่า ชัดเจนแน่นอนว่าเพราะความไม่รู้ของเธอเอง คนเหล่านั้นล่อลวงเธอ มันพาเธอมาที่นี่ ใช้ปืนบังคับเธอ ข่มขืนเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาศัยความชุลมุนของสถานการณ์  ประเทศที่ตกอยู่ในครอบงำแห่งความกลัว มันขังเธอไว้ในโรงแรมแห่งนี้ พร่ำบ่นเรื่องที่ว่าหากยอมมันดีๆมันจะทำให้เธอเป็นสุข  สวรรค์จอมปลอมถูกมันพร่ำเพ้อขณะขึ้นควบขับกระแทกร่างเธอจนยับแหลกราญ มันแขวนคอเธอไว้ หายตัวไปในฝูงชนสายวันนั้น

ผมฝันถึงเรื่องนี้ตอนที่หมดสติ ผมตื่นขึ้นมาบนตักเย็นเยียบของเธอ น้ำตาหยดหนึ่งของผีร้ายปลุกผมตื่น  เธอตายก่อนจะทันได้เห็นความหยาบช้าทารุณที่สุดที่มนุษย์กระทำต่อกัน หรือจะพูดในอีกทางเธอไม่ได้รู้เลยว่าเพื่อนของเธอ ก็ตกต้องในชะตากรรมไม่ต่างกันกับเธอ  เธอไม่รู้ว่าหลังจากนั้นบ้านเมืองก็เยือกเย็นลง ทำท่าจะไปหน้าแต่ถอยหลัง   ผู้คนถูกหลงลืม สูญหายในประวัติศาสตร์ ไม่ต่างจากข่าวกรอบเล็กการฆ่าโหดสาวร้านเสริมสวย ที่ตายก็ตายไปแล้ว ที่หนีหายก็กลับมา ความเคลื่อนไหวบังเกิดแต่ความเปลี่ยนแปลงไม่เคยเกิดขึ้น มันเป็นแค่การปรับระบบของสัตว์ใหญ่ พวกเธอเป็นเพียงธุลีของธุลี โดนทับบี้แบนตอนมันขยับตัว ที่ชั่วยังคงชั่วช้า และไม่อะไรได้รับการแก้ไข มีแต่ถูกกล่อมขุนให้อ้วน เลี้ยงให้เชื่อง เหตุการณ์เหล่านี้วนซ้ำหลายปีต่อมา เธอไม่มีทางรู้ว่า ความตายแม้ร้อยครั้งก็ไม่ช่วยให้อะไรเปลี่ยนแปลง  ปีที่แล้วนักศึกษาปริญญาโท (ที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง) ถึงกับยินยอมให้มันรุมข่มขืนด้วยดวงหน้าอันระรื่น ตอนที่ผมตื่นขึ้นเธอลูบหัวผมแต่ดวงตาจ้องมองรายงานข่าวในทีวีเขม็งเครียด

ครอบรอบหนึ่งปีของการรัฐประหารอันเงียบเชียบ เธอตาย ถูกขังในห้องปิดตาย ตอนนี้เธอรู้แล้วว่า ทุกคนยินดีถูกขังในห้องปิดตาย เจ้าของกุญแจ ไขล๊อคขังเราด้วยความเมตตาหาใดเปรียบ  ในนามของหนุ่มสาว คนที่ในที่สุดกลืนหายกลายเป็นสัตว์เชื่องในโลกทุน เธอไม่รู้เลยว่า พวกที่ล่อลวงว่าจะพาเธอไปชุมนุม พวกที่เอาปืนจี้แล้วข่มขืนเธอยังลอยนวลอยู่ข้างนอก เส้นเชือกผูกคอศพขณะโยงระยางลงจากเพดาน น้ำตาบนตัวผมกลายเป็นหยดเลือดอุ่น ถึงตรงนี้ผมรู้ชัดแล้วว่าไม่มีทางได้ออกไป  แว่วยินเสียงสะอึกสะอื้นจากทีวีห้องข้างๆ

ผมตื่นขึ้นกลางอากาศอ้าวของห้อง 310  ฝันร้ายที่ผมลืมไปแล้วตามยังคงทิ้งความรู้สึกขนลุกขนพองไว้บนผิวหนัง  ได้ยินเสียงเดินจากทางเดินและเสียงไขกุญแจของห้องข้างๆ ดังราวกับใครสักคนเปิดวอลลุ่มเป็นสองเท่า

ผิดแต่ว่า ข้างห้องของผมคืออากาศมืดมิดกลางเดือนกันยายน ความมืดเข้มข้นหนาหนักทอดตัวลงเชื่องช้าห่มคลุมเรายาวนาน ยาวนาน พลันปรากฏร่างโปร่งบางทางหางตา

 scene from SOMBRE directed by PHILIPPE  GRANDRIEUX 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: