ออกไปฆ่าคน

บทที่ 0เขาเขาจะออกไปฆ่าคนอีก ปลดกระสุนที่หน่วงขังในรังเพลิงทิ้งเสียสักสองสามนัด พวกมันพร้อมจะบุกมาได้ทุกเมื่อนั่นแหละ และในสถานการณ์เช่นนี้ ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ ภายใต้กฎหมายของสัญชาตญาณดิบ การฆ่านับเป็นความชอบธรรมประการหนึ่ง เขาไม่รุ้จักพวกมันสักคน ซึ่งนั่นทำให้การฆ่าเป็นเรื่องง่ายขึ้น สมองสนใจเพียงสองที่ หนึ่งคือตาข้างขวาที่ประทับเล็งเป้า และสองคือนิ้วก้อยขวาซุ่มรอจังหวะเหมาะเกี่ยวนิ้วลั่นไก ที่เหลือเป็นเรื่องของลูกกระสุนสังหารและความเมตตาของพระจ้า ซึ่งถ้าพระเจ้ามีจริง ท่านก็ทอดทิ้งที่นี่ไปเสียแล้ว

ศาสนาของเขาไม่นับถือพระเจ้า เราต่างเพียงแสวงหานิพพานผ่านทางการตื่นรู้แห่งตัวตน เขาอดคิดไม่ได้ว่ามีพระเจ้าราคาถูกกว่านิพพานด้วยตนเอง เขาไม่รู้เรื่องการตื่นรู้ หรือเรื่องพระเจ้า รู้แต่ว่า นี่คือเมืองที่จะหลับใหล เพราะพระเจ้าทอดสายตาไปทางอื่น

เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่หลุดสายตาเข้ามาในลำกล้องปืน อยู่ในระยะหวังผล ขอเพียงลั่นไกล ชีวิตก็ปลิดปลิว มันคงง่ายกว่าถ้าจะเป็นชายฉกรรจ์สักคน เพราะกระทั่งมัจจุราชก็ยังเลือกปฏิบัติต่อความตายของผู้คน และเขายังมีมนุษยธรรมอยู่บ้าง ขาลดลำกล้องปืนลง นึกอุ่นใจในแสงวาบมนุษยธรรมแห่งตนเอง เขาอยู่ในเมืองโสมม ที่ฟ้ามืด และแสงสว่างเพียงเล็กน้อยเป็นเรื่องสำคัญ

บทที่ 0.1 เด็กชาย

ในโลกของผมนั้นเราทุกคนคือนักบวช ผู้ซึ่งในที่สุดจะไปพบพระเจ้า แม้เราจะต้องทนทุกข์ขณะที่มีชีวิตเราก็ต้องเชื่อมั่น แสงแดดยามบ่ายแผดกล้า เปล่าประโยชน์ที่จะสงสัย

บทที่ 0.2 ผม

ผมจะออกไปฆ่าคนสักคนหนึ่ง คนพวกที่มันจับพี่ชายของผมไปขัง ไปฆ่า ผมไม่เคยคิดเรื่องความตายมาก่อน จนมันมาปรากฏขึ้นตรงหน้า ก่อนหน้านี้สำหรับผมมันก็เพียงเหตุการณ์หนึ่งไปยังเหตุการณ์หนึ่ง ผมเข้าใจมันในฐานะของคนที่ยืนอยู่ข้างนอก ผมมองดูวงกลม และเห็นเส้นรอบวงทั้งหมด โดยไม่เคยสนใจว่าใครกันที่วาดวงกลมไว้ โดยไม่รู้ตัวผมยืนอยู่ในวงกลม หากลั่นไก กระสุนสังหารจากฟากฝั่งถนนนี้จะพุ่งตรงเจาะเข้าไปในเลือดเนื้อของมัน – คนแปลกหน้า มีแต่คนแปลกหน้าเท่านั้นที่ฆ่ากันได้ เราฆ่าเพื่อนเราไม่ได้ แม้เขาจะหักหลังเรา เพราะสิ่งใดเกิดขึ้นแล้วมันย่อมต้องเกิดขึ้น ผมจับจ้องมองอยู่ที่นี่มาแต่เช้า รอรถมอเตอร์ไซค์สักคัน เหยื่อไม่ใช่มนุษย์ มันคือเหตุการณ์ ที่ไม่มีเลือดเนื้อ ผมจำต้องมองเช่นนั้น เพราะนั่นคือทางเดียวที่ผมจะพูดให้ทุกคนได้ยิน ว่าผมมีชีวิตที่นี่ ถูกกดขี่ชั่วชีวิต

บทที่ 0.3 พระเจ้า

เด็กชายหายไปจากลำกล้อง เขากวาดสายตาทั่วก็หาไม่พบ ราวกับระเหยไปในอากาศร้อน

บทที่ 0 เรา

เราอยากออกไปฆ่าสักคน มอบปืนให้เรา คุมกันเรา เราฆ่าพวกเขาผ่านทางความคิดและคำสาปแช่งมานานพอแล้ว ขอปืนให้เราลงไปสังหารพวกเขาด้วยตนเองเถิด เราทำเพื่อแผ่นดิน ไม่มีใครสมควรได้รับการให้อภัยจากการหักหลังแผ่นดิน เรากินข้าวเช้าพร้อมกับคำสาปแช่ง กินมื้อเที่ยงพร้อมคำสาปแช่ง บยามนอนหลับไปพร้อมกับสาปแช่ง เราคือมัจจุราชไม่เลือกความตาย ที่ประสงค์จะทำร้ายใครสักคน และไม่เคยสนใจความเป็นมา หนึ่งเหตุการณ์ตัดสินทุกชีวิต

บทที่ 0

การฆ่านั้นง่ายดายเพราะเราล้วนแปลกหน้าต่อกันมาตั้งแต่ต้น แม้เราจะมีหัวใจอยู่ข้างซ้าย และเลือดในกายที่ร้อนเร่าเท่ากัน โปรดหลับตาเถิด กล่าวแก่พระเจ้า หลับไปไม่ต้องตื่น จะได้ไม่เห็นความข่มขื่นของดินแดนนี้

scene from DAYS OF GLORY directed by RICHARD BOUCHAREB

1 comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: