ถ้าเธอจะเรียกมันว่าความรัก

 

ถ้าเราจะคุยกันถึงเรื่องนี้ ซึ่งบางที่ฉันว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะกล่าวต่อไปอีก ก็ไม่ใช่เรื่องที่คุยไม่ได้เสียทีเดียว เพียงแต่ฉันคิดว่ามันไม่ได้มีประโยชน์อะไรจริงๆอีกแล้ว มันก็เหมือนเรื่องอื่นๆนั่นแหละ ในที่สุดมันก็แปล่าร้างความหมายไปได้โดยง่าย มันเหมือนกับเรื่อง ใครคนหนึ่งซื้อม้าแก่เจียนตายมาใช้งานแล้วมันพาลตายไปจริงๆก่อนจะได้ใช้มัน หรือใครอีกคนที่พยายามจะสร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลจากมหาสุมทรแปซิฟิค แล้วหวังลมแล้งๆ ว่าจะเพาะปลูกบนที่ที่น้ำทะเลท่วมถึงทุกปีนั่นแหละ พอเขื่อนพัง ก็หมดกำลังใจกันไป ทั้งๆที่รู้กันอยู่ตั้งแต่เริ่มสร้างเขื่อนแล้วว่ามันไม่ทางกั้นน้ำทะเลได้อยู่ มันก็แค่การพยายามยืดความหวังลมๆแล้งๆออกไป การรอคอยไม่มีที่สุดสิ้นเผาไหม้ช้าๆ มากกว่าการโหมกระพือให้มันจบไปเสียทีเดียวมันไม่มีความหวังใดๆมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว แต่มันไม่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาหากันว่าใครผิดใครถูก เพราะถ้าจะมีคนผิด มันอาจไม่ใช่ใครเลยนอกจากความเข้าใจบิดเบี้ยวที่ถูกเรียกชื่อว่าความรัก

ฉันเหนื่อยเกินกว่าที่จะอธิบายมันอย่างจริงจังกับเธอได้ ฉันรู้สึกเหมือนน้ำทะเลจากมหาสมุทรกำลังไหลมา มันจะท่วมฉันทั้งตัว ฉันกำลังรอคอยการจมน้ำทะเล รอคอยอยู่ในบังกะโลเดียวดายบนสันเนิน

แต่เอาเถิด เราควรจะพูดถึงมันบ้าง ฉันจะพยายามพูดให้เข้าใจง่ายที่สุดแต่ใช้เวลาน้อยที่สุด กล่าวง่ายๆว่าฉันไม่เชื่อเรื่องความรักอะไรนั่นหรอก ถ้าหากเราจะเรียกมันว่าอย่าวนั้นได้จริงๆนะ ฉันว่าสุดท้ายมันก็เหมือนกับเรื่องอื่นๆเหมือนกัน มันเริ่มต้นมาอีกแบบหนึ่ง ความรู้สึกอัดอกอันอธิบายม่ได้ ผีเสื้อพันตัวกระพือปีกในอก เรียกอย่างนั้นก็อาจจะง่ายกว่า แต่มันมาเร็วไปเร็วใช่ไหม มันอาจเกิดขึ้นชั่วครู่ชั่วยามแล้ววูบดับไป มันคล้ายกับจุดสุดยอดทางกามารมณ์นั่นแหละ เราใช้เวลาเพื่อรอคอยวินาทีเหล่านั้น จากนั้นเราก็เก็บเอาความหวานจากมัน คาดหวังอย่างสิ้นหวังเกี่ยวกับมัน รอคอยอย่างทุกข์ทรมาน เมื่อฉันจ้องมองเธอ มันราวกับว่าฉันจ้องมองดูอนาคต หรืออาจอดีต ฉันกำลังรอคvยวินาทีนั้น หรือไม่ก็คิดถึงวินาทีที่ล่วงไปแล้ว จากนั้นที่เหลือมันก็แค่ความอดทน เธออดทนกับฉัน ฉันอดทนกับเธอ ฉันไม่คิดว่ามันจะเข้มแข็ง เป็นนิรันดร์ หรือยืนนานอะไรหรอก พอหมดความอดทนจริงๆ เราจะเชื่อว่ามันจืดจางลง ถ้าเราจะเรียกมันว่าความรัก

ที่จริงแล้วฉันชอบเธอนะ ฉันชอบบางเวลาของเราชอบตอนที่เรานอนอยุ่ด้วยกันเฉยๆในห้องมืดๆ หรือตอนที่เราไปดูหนังกัน ตอนที่เธอจับมือฉันเบาๆ ตอนที่เธอเงียบเชียบเพื่อให้ฉันได้กราดเกรี้ยว ฉันขอโทษถ้ามันจะฟังดูเห็นแก่ตัว แต่ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะสร้างคำลวงได้ ฉันชอบเธอ อาจจะเพราะฉันทนเธอได้มากที่สุดจากบรรดาผู้คนเหล่านั้น หรือในอีกทางก็อาจเป็นเธอนั่นแหละที่ทนฉันได้อย่างที่สุด มันจึงเป็นเหตุให้ฉันชอบเธอ และฉันหวังให้เธอชอบฉัน เพราะฉันทนเธอได้ที่สุดเช่นกัน ถ้าฉันต้องเลือก ในลู่ทางที่ถูกกำหนดมาก่อน เรื่องผัวเดียวเมียเดียว หรืออะไรนั่น ฉันก็จะเลือกเธออย่างแน่นอนนโดยไม่ต้องสงสัย แม้ฉันควรเลือกที่จะไม่เลือกมากกว่าก็ตาม และบางทีฉันอาจหวังลมๆๆแล้งๆว่าเธอจะเลือกฉัน แต่มันอาจไม่จริงก็ได้ ใช่ไหม

ฉันว่าทุกๆเรื่องมันก็เหมือนกันหมดนะ มันไม่ได้มีอยู่จริง เป็นจริง หรือเป็นที่ทนได้อีกต่อไป บางอย่างมันถูกตัดทอนให้เหลือแต่ความโรแมนติคที่ไม่เป็นจริง มีแต่ด้านสว่างที่จัดจ้าจนเผาไหม้ผู้คน ฉันไม่รู้ว่าเธอจะคิดเหมือนฉันไหม และหากเราอยู่ในโลกอันจัดจ้านั้น เราควรคิดเหมือนกัน แต่ไม่ควรคิดเหมือนที่ฉันคิด เราควรเชื่อมั่นในเรื่องของการเป็นนิรันดร์ ความดูดดื่มอ่อนหวาน แต่เราก็เห็นๆกันอยู่ว่ามันคือภาพรีทัช มันคือ หนังสือราชการดัดจริตถ้อยคำให้ดูคลุมเครือ มันคือเพลงป๊อปส่งตรงจากสายพานการผลิต ฉันไม่เชื่อในมัน ให้ฉันตายดีกว่าจะยอมรับมันในแง่ความจริง

แต่เธอต้องโต้เถียงกับฉัน เธอต้องพูดออกมาว่า มันเป็นเพียงสิ่งที่ฉันไม่เชื่อ ความจริงของฉันไม่ใช่ความจริงสำเร็จรูปสำหรับทุกคน ฉันมันแค่เป็นพวกมองโลกในแง่ร้ายที่พยายามจะปฏิเสธ เพราะตัวเองเข้าไม่ถึง ความจริงขิงฉันใช้แทนความจริง ของพวกพม่าที่นั่งกันอยู่ตามริมถนนไม่ได้ ใช้แทนความจริงของคุณลุงชาวประมงไม่ได้ ใช้แทนความจริงของชายผู้มีเงินเดือน แปดหมื่นบาทไม่ได้ มันไม่ใช่อื่นใดนอกจากความจริงของฉันเอง

ใช่แล้ว เธอกล่าวถูกต้องทุกประการ มาถึงตอนนี้ ฉันไม่มีทางกล้าจะประกาศ -ความจริง-ใดๆต่อหน้าผู้คนได้อีก ถ้าเราจะเรียกมันว่าความจริงนะ เพราะฉันสงสัยมาเสมอว่า หากความจริงยังต้องรับใช้ผู้พูดมันจะยังเป็น – ความจริง – อยู่หรือเปล่า หรือมันถูกตัดทอนให้โรแมนติคปานกัน ใช่ นี่คือความจริงของฉัน และฉันพูดเพื่อตัวเองเพียงผู้เดียวเท่านั้น (แล้วเธอยังกล้าเรียกชื่อมันว่าความจริงอีกหรือ) ฉันเหนื่อยล้าเกินไปแล้ว เกินกว่าที่จะพูดต่อแม้อีกเพียงคำเดียว จูบฉันสิ ไม่ต้องจูบด้วยความรักก็ได้ แค่จูบ ฉันอยากสัมผัสริมฝีปากอุ่นของเธอ เพื่อฉันจะได้หลับเสีย บางทีฉันอาจเสแสร้งได้ว่า เรารักกันและกัน

ขอโทษเถอะเธอ ฉันไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรจริงๆ ถ้อยคำทำให้เราอับจนอย่างไม่น่าเชื่อได้ขนาดนั้น จริงๆ

 

 

บันดาลใจจาก เขื่อนกั้นแปซิฟิก หนังสือโดย มาเกอริต ดูราส

scene from NATHALIE GRANGER directed by MARGUERUTE DURAS

2 comments
  1. grappa said:

    บล็อกยามค่ำหรือไร
    มืดไปหน่อยนะท่าน

  2. cheer!
    เขาพระวิหารหรือนี่
    ความ สม พันธ์ของอำนาจ
    อำนวจของความ สม พันธ์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: