ความตายของอานนท์ 3 ปืน

Posted in death of anon on November 22, 2011 by tropicalmalady

3.ปืน

 

นายจะตายแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แหละ พอนายลั่นไก มันก็จบเลยนะ ไม่มีหรอกชีวิตหลังความตายห่าเหวอะไำร ปัง นายตาย ปืนได้แต้มอีกคน ทุกอย่างดับสูญ แต่นายตายแล้วไม่ใช่หรือนายเป็นผีไม่ใช่หรือ แล้วนายจะมาพล่ามบ้าอะไรเรื่องไม่ มีชีวิตหลังความตาย นายไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นอะไร ฉันเองก็ไม่อยากจะบอก มันจะทำให้นายเสียใจนะ ริชชี่ บุ้ยใบ้ เขานั่งอยุ่บบนกรอบหน้าต่างพูดจาหว่านล้อมเรืื่่องปืนที่เขานำมาให้ ฉันไม่ตายหรอก มีชีวิตอยู่มันทรมานกว่ากันตั้งเยอะ มันก็จริงของนาย แล้วริชชี่ก็เงียบไป

 

ริชชี่ปรากฏกายขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 พฤษภาคม วันครบรอบหนึ่งปีหลังการตายของพ่อ พ่อของเขาตายวันเดียวกันกับวันที่เคริ์ท โคเบนฆ่าตัวตาย ความจริงซึ่งเขาแจ้งกระจ่างใจแต่เพียงผุ้เดียวในบรรดาญาติพี่น้อง  ริชชี่ปรากฏหลังจากนั้น หลังจากตัวของริชชี่เองหายตัวไปจากลอนดอนราวสองเดือน ปรากฏกายบนกรอบหน้าต่างพร้อมกับภาษาไทยชัดเจนเข้มข้น วัยเยาว์ของเขาตายช้าๆพร้อมัยการตายของ ริเวอรณ์ ฟีนิกซ์ ของพ่อ ของเคริ์ท โคเบน และการสาบสูญไปของริชชี่ ปิดตำนานของเด็กหนุ่มตลอดกาล ตลกดี ไม่นานจากนั้น ริชชี่ก็มา กล่าวตามสัตย์ เขารู้ว่าริชชี่ตายกลายเป็นผีก่อนหน้าคนอื่นในวงหลายปีดีดัก

 

กล่าว ให้ถูกต้อง เพื่อนที่สนิทที่สุดในโลกของเขาเป็นภูติผีตนหนึ่ง ครูของเขา พี่ชายของเขา คนรักของเขา บิดาของเขาเป็นเพียงภูติผีตนหนึ่ง ภูติผีผอมสูง ตาเศร้าชั่วนรันดร์ ปรากฏกายในชุดกางเกงขาเดฟและเสื้อยืดเก่าคร่ำ ทาขอบตาสีดำเลอะเลือนเสมอ มีรอยแผลเป็นที่แขนขวาเสมอ ทุกข์เศร้าเสมอ พูดจาภาษาไทยเสมอ นั่งชันเข่าอยู่บนกรอบหน้าต่างห้องเสมอ เช่นนั้นเสมอนับจากเขาเข้าเรียมหาวิทยาลัยจวบจนเรียนจบ

 

นาย ต้องฆ่าตัวตาย นั่นคือชะตากรรมที่นายไม่อาจหลีกเลี่ยง นี่คือคำทำนาย บทสนทนาแรกระหว่างทั้งคู่ บทสนทนาที่ถูกคั่นกลางด้วยปืนโคลท์.45 รุ่นM1911 กระบอกหนึ่ง ปืนเก่าคร่ำคร่าจากต้นศตวรรษ ปืนพกกึ่งอัตโนมัติกระบอกสีดำมะเมื่อมราวกับความตายมานอนหลับพักรอเขา เงียบเชียบในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ปืนพกที่ริชชี่เล่าว่าเคยเป็นอาวุธประจำกายของนายทหารสัมพันธมิตรนายหนึ่ง ซึ่งใช้มันสังหารนาซีไปเป็นจำนวนมา และถึงที่สุดได้ใช้มันสังหารเด็กหญิงชาวเยอรมันผู้หนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ กระสุนนัดสุดท้ายจากมือของเขาจึงเป็นกระสุนที่เขาใช้สังหารตนเองในค่ำคืนมืด ดำ หนึ่งปีกับอีกหนึ่งเดือนหลังระเบิดนิวเคลียร์ถล่มฮิโรชิม่าราพนาสูร

 

ปืน นี้กลายเป็นสิ่งลึกลับ ตำนานโกหกของริชชี่ พูดราวกับว่าปืนกระบอกนี้มีส่วนร่วมในความตายของผู้คนอีกมากหลาย มันอยู่ในห้องของ ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ เป็นหนึ่งในบรรดาปืนจำนวนมากที่ใช้ในการล้อมยิง จิตร ภูมิศักดืิ์ ไล่เรื่อยไปจนถึงเป็นปืนกระบอกสำคัญในการสังการนักโทษการเมืองในคุกโตลเสลง ริชชี่ย้ำว่ากวีชาวเขมรคนหนึ่งตายด้วยปืนกระบอกนี้ และขระนี้ วันเคลื่อนเดือนคลิย ริชชี่ผู้ควรสาบสูยชั่วนิรันดร์ปรากฏขึ้นต่อหน้า ยื่นปืนกระบอกนี้ให้กับเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ด ผู้เริ่มจากการสูญเสียพ่อ สูญเสียวีรบุรุษ และสูญเสียตัวเองให้กับวิทยาลัยครูซึมเศร้า ปืนที่อยู่กับเขามาแล้วยาวนานแปดปีเต็ม ปืนลึกลับที่เขาหลงไหลและคาดหวังเอาความตายกับมัน ที่จริงแล้วทั้งหมดนี่อาจจะเป็นเพียงแค่การเฝ้าลุ้นว่าอานนท์  ครูหนุ่มโรงเรียนมัธยมร่างผอมเศร้า ไหล่ลู่ซ่อนดวงตาเศร้าในแว่นกรอบกลมจะฆ่าตัวตายด้วยปืนกระบอกนี้เมื่อไร ความตายเป็นเรื่องเดียวที่จริงแท้แน่นอน การมาของมันอาจจะแปรปรวนแต่มันก็จะมาถึงอยู่ดี

 

เขาจูบกับริช ชี่ รสจุมพิตยะเยือกของภูติผี  การลูบคลำปืนกระบอกนั้นทำให้เขางุ่นง่าน ริชชี่เลื่อนตัวลงจากรอบหน้าต่าง กุมกำเขาเอาไว้ในมือ เหล็กสีดำยะเยือกด้วยไอเย็นของความตาย และลลึงค์รุ่มร้อนของการถือกำเนิดในเพศสัมพันธ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอื่นใด นอกจากการรูดเอาน้ำเหนียวข้นของความวิปลาสให้เปื้อนเปรอะ

UNKNOWN NARRATONS 1

Posted in flash fiction on November 22, 2011 by tropicalmalady

 

………นายจะตายแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ พอนายลั่นไก มันก็จบเลยนะ ไม่มีหรอกชีวิตหลังความตายห่าเหวอะไำร ปัง นายตาย ปืนได้แต้มอีกคน ทุกอย่างดับสูญ แต่นายตายแล้วไม่ใช่หรือนายเป็นผีไม่ใช่หรือ แล้วนายจะมาพล่ามบ้าอะไรเรื่องไม่ มีชีวิตหลังความตาย นายไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นอะไร ฉันเองก็ไม่อยากจะบอก มันจะทำให้นายเสียใจนะ ริชชี่ บุ้ยใบ้ เขานั่งอยุ่บบนกรอบหน้าต่างพูดจาหว่านล้อมเรืื่่องปืนที่เขานำมาให้ ฉันไม่ตายหรอก มีชีวิตอยู่มันทรมานกว่ากันตั้งเยอะ มันก็จริงของนาย แล้วริชชี่ก็เงียบไป……..

 

 

…………..เป็นความ สุขเล็กๆที่เขาแลกเปลี่ยนความฝันกับพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งจะค่อยๆเต็มขึ้นทีละน้อยจวบจนสิ้นข้างขึ้น ความคิดถึงหญิงคนรักคล้ายดังผ้าห่มซึ่งห่อคลุมลงมาเงียบเชียบ ฝนมาหาเขาในยามดึกดื่น หล่นพราวในนิทรารมย์หวานเศร้า พรุ่งนี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะรอคอยเขาอยู่ระหว่างทางเราต่างก็ฝันถึงกันและ กัน ในรอยจูบล่องหนตรงริมฝรปากซีดเศร้า เขาละเมอรักราตรีกาล เดินอยู่ในความมืดโดยไม่ประหวั่นพรั่นพรึง ความมืดซึ่งเหมือนกับนวมน้อยๆห่อหุ้มร่างของเขาไว้และส่งต่อเขาให้กับแสงแดด เช้าวันอาทิตย์ อวลเสียงอดีตวันชื่นคืนสุขแผ่วอยู่ในเสียงไวโอลินสวยเศร้าจากวิทยุที่ถูก เปิดทิ้งไว้ในความเคลิ้มคล้อย ฝนดึกดื่นหยดหนึ่ง แสงจันทร์เสี้ยวจางจำนวนหนึ่ง ความทุกข์เศร้าจำนวนหนึ่ง และตะกอนความทรงจำจำนวนหนึ่ง ค่อยๆเค่ยวทีละน้อยด้วยความทุกข์ทรมานของชีวิต จนระเหยหายเหลือเพียงการเติบโตโดยที่เขาไม่รู้สึก รอยไหม้ของความแข็งแกร่ง แผลเป็นของความผิดพลาด สิ่งต่างๆจะค่อยๆรวมขึ้นเป็นร่างกายซีดเศร้าของเขา ละเธอผู้ซึ่งคงหลับไหลไปแล้ว แต่ยังคงสว่างกระจ่างประหนึ่งดาวเหนือในคืนนี้ เขาจะหลับในความหลับ และควานหามือของเธอในความมืดนั้น เพื่อที่จะเกาะกุมกันไว้จนกว่ารุ่งสางจะมาถึง……………

 

 

………….. แล้วก็พรูลงมา พรูลงมาเชื่องช้าเหมือนน้ำตาามัญของเด็กสาวช่างเศร้า ที่ร้องให้ให้กับการร่วงโรยของกลีบดอกไม้ของเมื่อวานนี้ ร่างของเขา พรูลงมา เหมือนน้ำตานั้น ร่างที่ห่อหุ้มความร้าวเศร้าไว้เช่นนั้น พรูลงมา ร่วงล่นลงมาในแรงดึงดูดเดียวกับที่โลกกระทำต่อฝนหลงฤดู ถ้าฉันร่วหล่นลงไปแล้วเธอจะหยุดร้องให้หรือเปล่า เด็กสาว เธอจะหยุดร้องให้และเติบโตขึ้นหรือเปล่า เมื่อฉันร่วงหล่นไปเช่นนี้เธอจะหยุดเสียใจให้กับสรรพสิ่งหรือเปล่า เธอจพกลืนก้อนสะอื้น แล้วกินมันลงไปเพื่อที่จะเติบโตชั่วข้ามคืนหรือเปล่า หัวใจเธอจะกลายเป็นหินไปใช่ไหม และนั่นจะทำให้เธอเป็นเหมือนกับมนุษย์คนอื่นๆหรือเปล่า ร่างของเขาปะทะเข้ากับเม็ดฝนที่ร่วงหล่นมาก่อน อากาศอวลกระอายวิปลาสของฝนซึ่งตกผิดเวลา ไอของแสงแดดที่ถูกสลายด้วยหยดน้ำกะจิริดอันมหาศาล ไอความร้อนปะเข้ากับร่างของเขาซึ่งชั่ววิานทีหนึ่งได้กลายเป็นปุยนุ่นบางๆ  ก่อนที่ร่างของเขาจะแหลกเหลว ลมหายใจจะสูญดับ ดวงตาจะปิดลง เขาฝันเห็นเด็กสาวซึ่งมีหัวใจเป็นหิน เด็กสาวซึ่งเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนด้วยหัวใจที่กลายเป็นหิน และเขาสำนึกเสียใจที่ตนเองร่วงหล่นลง ร่วงหล่นอย่างเศร้า พรูราวกับฝนลาฟ้า น้ำตาลาแก้มซีดเศร้า………………..

อายแสงนีออน เรื่องสั้นๆประพันธ์จากเพลงของ พุ่มพวง ดวงจันทร์

Posted in flash fiction on November 22, 2011 by tropicalmalady

เปะปะออกจากโรงแรมเก่าโทรม สูบบุหรี่กลางอากาศกลางคืนเหม็นเน่า เสาไฟฟ้านั้นร้าวเศร้าด้วยแสงสีทึม หลังจากเสียสาวกลางแสงนีออนประหลาดล้ำ แสงนีออนวิบวาบสะท้อนลงบนแอ่งน้ำขังหน้าร้านที่เกิดจาการกดทับซ้ำๆของรถหรู  แสงไฟจากรถสาดวูบผ่านดวงตาเศร้าและเข่าเปล่าเปลี่ยวของเธอ  อากาศกลางคืนระอุอวลคาว กระโปรงสั้นเหนือเข่าหนาวเนื้อแนบนอนตลอดคืนนี้ เสี้ยวซีกหน้าซ่อนไว้ในหลืบมืดมิด เผยอรูปปากสีแดงเข้มออกมาเล่นแสง ควันบุหรี่เผาไหม้อวลในเสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบ  และยังหลงเหลือร่องรอยปริแยกอันทุกข์เศร้าที่หว่างขา  หมายเลขห้าทำจาพลาสติกของเธอนอนสงบอยู่ก้นกระเป๋ากางเกง  อีกหนึ่งค่ำคืนร้อนทุรนในความมืดและความหิวโหย  เธอโผเผออกจากโรงแรมม่านรูดแห่งนั้นในยามเที่ยง ดวงตะวันสาดส่องตรงหัว นอนสงบเหมือนความรักที่ลาลับซึ่งเขามีต่อเธอพาร์ตเนอร์ที่ทุกคนในโลกเอาได้ ยกเว้นเขา  ผ่าลงบนโยนีแปลบปลาบของเธอซึ่งตั้งฉากกับพื้นถนนคอนกรีตเจิ่งน้ำขังหยำเหยอะ อย่างเยาะเย้ย กระโปรงสั้นเลิกสูงขึ้นจนเกือบเห็นชุดชั้นในขณะเธอก้าวขึ้นรถเงียบเชียบหลัง ต่อรองราคา

 

เธอไม่รู้ว่านี่มันที่ไหน กล่าวให้ถูกต้องไม่รู้อะไรเลย เธอจากไปพร้อมกับแขกคนที่เขาสงสัย  คนที่มาเรียกใช้บริการของเธอซ้ำๆ พักหลังถึงแก่ลอบส่งสายตาหวานเยิ้มก่อนลาจาก ชายคนที่เธอเชื่อถือสาบสูญไปกลางแสงตะวันตรงหัวพร้อมกับพรมจารีของเธอในแสง ปลอม ก้าวเข้าในห้องแสงประหลาดล้ำ นีออนสีแดงส่องไฟกระพริบวูบวับราวกับแสงเทียนระหว่างพิธีกรรม ห้องฉุนกลิ่นสเปรย์ปรับอากาศและคาวน้ำตาของเธอ เธอไม่ได้ประกาศก้องเงียบเชียบ เพียงหายไปจากห้องในเช้าวันหนึ่ง ลูกค้าและเธอหันหลังให้แก่กันเปลื้องเปลือยเสื้อผ้าเงียบเชียบ ทุกอย่างดำเนินไปในรูปแบบของศาสนพิธีแกนๆ เด็กเปิดม่านมองเธอด้วยสายตาก้อรอก้อติก เขาไม่เคยร้องให้ให้กับเธอ แต่ใช่จะไม่เสียใจ  เขาและเธอจะไม่ร้องให้ให้กับอะไรแต่จะเสียใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอนอนหงายถ่างขาอ้ากว้าง เปิดห้องสารภาพบาปเมือกคาวให้เขาใช้บริการ จังหวะอันเศร้าสร้อยที่ถูกเล่นซ้ำในบทเพลงไร้ท่วงทำนองของความหื่นอยาก หว่างขาซึมเอ่อด้วยสิ่งที่อาจจะเป็นเลือดสาวหรือน้ำกามคาวฉุนที่จะติดตัวเธอ ไปจนตาย เขาเป็นเด็กเสริ์ฟ เป็นคนเชียร์แขก และเธอเป็นหญิงงามเมือง เรื่องเศร้าๆที่จบสิ้นลงเพียงกระจกกั้น เธอจ้องหลอดนีออนเหนือหัวเตียงจนตาเจ็บขณะฟูกพะเยิบไหวอย่างเอาแต่ใจเมื่อ ครู่นี้เธอยื่นในส่วนของเงามืด  เธอเพิ่งมาอยู่เมืองนี้ได้สามเดือนและถูกมันกลืนกินในนามของความรัก ความหื่นอยากยากระงับของวัยสาว หมายเลขห้าติดหน้าอกเศร้าๆของเธอคือของชิ้นเดียวเหลือไว้ต่างหน้าหมายเลข ซึ่งนอนสงบนิ่งในกระเป๋ากางเกงของบ๋อยคนซื่อผู้เดินทางไกลมาพร้อมกับเด็กสาว ตอนเธออายุสิบเก้าเมื่อห้าปีก่อน  จ้องมองกลางคืนที่จ้องกลับ บัดนี้เธอจ้องแสงสว่างชืดชาไร้อารมณ์ ตลอดอายุสิบเก้าปีเต็มเธอไม่เคยรู้สึกไกลจากบ้านมากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต ไกลจนเหมือนเธอจะหาทางกลับบ้านไม่พบตลอดกาล มืดกับสว่างชีวิตของเธอลดรูปลงเหลือเพียงเท่านี้โยนีที่เปิดออกและโยนีที่ ปิดสนิท

 

โยนีของเธอยังคงปวดแสบตอนที่เธอไปถึงสถานีขนส่ง เขาไปถึงขนส่งแล้วตอนเธอกลับมาที่บาร์ถามหาเอากับเพื่อร่วมงาน ตอนที่เธอกลับเข้าบ้านความมืดยังคงถลึงตา ลูกสาวที่เธอขายตัวเลี้ยงดูหนีออกจากบ้านไปพร้อมกับไอ้หนุ่มข้างบ้าน ขึ้นรถทัวร์จากเธอไปไม่หวนกลับ ทิ้งจดหมายแสบไส้ไว้ให้ดูต่างหน้า ซื้อตั๋วรถกลับบ้านด้วยเงินที่ชายคนรักของเธอทิ้งไว้บนหัวเตียงก่อนจะจากไป ไม่หวนกลับ  คนที่ทิ้งเธอเอาไว้อย่างโหดเหี้ยมในสีแสงของห้องตกแต่งโรงแรมไอ้หนุ่มมัน เจ็บมากเอ็งไม่รู้หรือ เพื่อนสาวหมอนวดตอบโต้เธออย่างเผ็ดร้อน ด้วยรู้สึกมีชัยหลังจากเธอเป็นกะหรี่อีกคนที่ไปไม่รอด อีลูกเวรกูสู้อุตส่าห์ถ่างขาเลี้ยงมึงมาจนโต มึงกลับทิ้งกูไปเสียได้ กลางคืนถมึงทึงจ้องมองเธอด้ายสายตาของการลงโทษผู้หญิงร่านรัก วาสนากูมันต่ำเตี้ย เมียเขามีลูกตั้งขโยง และตอนนี้กูไม่เหลือใครอีกต่อไป ค่าเทอมโรงเรียนนับมาอย่างดีมัดรวมอยู่ในกระเป๋าถือ ตอนนี้ไม่จำเป็นอีกแล้ว  ตั๋วกลับบ้านเต็มยาวจนสิ้นสงกรานต์ เธอจึงโผเผกลับห้องเช่า หมายเลขกลัดติดอกสาบสูญ และชายคนที่เธอคิดว่าจะคอยเธอเสมอจากเธอไปไม่หวนกลับ ใครสักคนติดเบอร์ใหม่ให้เธอที่อกเสื้อ ทาสีหน้าตาเสียให้ชุ่มฉ่ำกลบความเศร้ากลืนลงคอเสีย แบงค์เป็นพันๆปลิวว่อนอยู่ใต้หว่างขาของตัวเธอเอง จ้องมองแมงเม่าบินเข้าหาหลอดไฟระอุอุณหภูมิ ยามเช้าจะสาดแสงมาและเธอจะค่อยๆเคลิ้มหลับไป ก่อนจะตื่นเอาตอนเย็นย่ำ  เธอหลับไปในแสงจ้า ตื่นมาด้วยอาการไข้ขึ้นสูง กลีบที่บวมช้ำของเธอค่อยๆยุบลง เหลือแต่หัวใจซึ่งบวมพองคับอก เธอพบว่าต่อให้เรื่องเลวร้ายที่สุดเธอก็ลืมมันได้ ผินหน้าหงายขึ้นจ้องเพดานสู้ตากับแสงนีออนที่สาดลงมาอย่างจงใจ  กระจกสะท้อนแสงไฟเรื่อเรือง  ไม่มีอีกแล้วพาร์ทเนอร์เบอร์ห้า มีเพียงเรือนร่างเปล่าๆที่ไม่อาจหวนกลับไปเป็นหญิงคนรักของใครได้อีกต่อไป กะหรี่คนเศร้าแอบข้างเสาร้องให้ในชั่วโมงเล่นเมียผัวใต้แสงนีออนอนุเคราะห์ โดยกรมทางหลวง

คอฟฟี่แอนด์ซิกาเรตต์

Posted in flash fiction on November 22, 2011 by tropicalmalady

 

dedicated to Jim Jarmusch

เรื่องสั้นๆประพันธ์บนรถไฟ

 

เธอ รู้ดีว่าในทุกๆเช้า เวลาราวๆหกโมงสิบห้า ขบวนรถไฟที่เธอประจำอยู่จะแล่นผ่านทุ่งนาโล่งๆ  ปีเคลื่อนเดือนคล้อยเธอเห็นผืนนำชุ่มน้ำสะท้องแสงอาทิตย์ ใบยาวเหยียดสีเขียวสว่างจวบจนข้าวแตกรวงสีทองสุกปลั่งก่อนจะถูกเก็บเกี่ยว และทิ้งผืนดินว่างเปล่าทอดสุดตา เธอเห็นมันมาแล้วอย่างน้อยสามครั้งในชีวิต

 

และ เธอรู้ดีว่าตู้เสบียงจะแทบว่างเปล่า ผู้คนออต่อคิวอยู่หน้าประตูห้องน้ำของแต่ละตู้โดยสาร  พนักงานร่วมกะเดินหิ้วกระติกน้ำร้อนเร่ขายกาแฟ เธอนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งลงมือสูบบุหรี่

 

ดอกดาวเรือง พลาสติกพะเยิบไหวตามแรงลม กลีบสีเหลืองหงิกงอมอซอทนทานเหนือกาลเวลาของมันปลิวสะบัดจนเผลอให้ชวนคิดไป ว่ามันมีชีวิต ควันบุหรี่ก็สะบัดตัวม้วนลอดออกไปรวมกับหมู่เมฆบนกระจ่างฟ้า

เด็ก หนุ่มโดยสารรถไฟเพื่อมาตามหาคนรัก นั่งแหมะลงบนที่นั่งฝั่งตรงข้ามร้องสั่งอาหารเช้าจ้องมองหญิงวัยสี่สิบ บุหรี่เศร้าสร้อยต่อหน้าแสงแรกๆของวัน

 

เด็กหนุ่มอายุปลาย ยี่สิบเดินทางขึ้นจากชุมทางทุ่งสงมุ่งหน้าเข้าพระนครด้วยหัวใจไหวหวั่นเกิน กว่าจะปิดบังไว้ใต้ดวงตา ดื่มกาแฟดำเข้มข้นจากกาแฟชั้นรอง สูดเอาควันบุหรี่หอมลอยจากฝั่งโน้นทั้งคู่นั่งหันหน้าเข้าหากันคั่นด้วยโต๊ะ สองตัว ผินหน้าออกไปมองทุ่งโล่งเบื้องนอกสะท้อนท้องฟ้ากระจ่างสดลงบนผืนนาชุ่ม

 

มัน คือยามเช้าอันประหลาดพิลึก ขบวนรถไฟคืบเคลื่อนเชื่องช้าหอบความหวั่นไหวต่อปลายทาง หรือความหวังเรืองรอง หรือความทุกข์เศร้าสร้อย หรือความว่างเปล่าโยกคลอนไปกับมัน วันแล้ววันเล่าหญิงสาววัยเฉียดสี่สิบในชุดเครื่องแบบผ้าไหมเทียมสีส้ม โดยสารไปและกลับอยู่ในตู้เสบียงที่เกือบรกร้างว่างเปล่า

 

เรา จะไม่กล่าวถึงเด็กหนุ่มหรือหญิงสาวอีกแล้ว ให้เธอสูบบุหรี่ และเขากินอาหารเช้าอย่างสงบเถอะ ความสงบที่พอหาได้ไม่กี่โมงยามของชีวิตร้อนทุรน

 

ต่อหน้าทุ่ง โล่งที่ไร้หวัง ต่อหน้ารวงข้าวที่ยังไม่ถือกำเนิดซึ่งจะพัดพาเอาความยากจนเคลื่อนผ่านมาและ ดำรงคงอยู่เช่นนั้น ต่อหน้ารางรถไฟซึ่งเคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยวนซ้ำที่เดิม สรรพสิ่งเงียบงันลงส่วนหนึ่ง เรื่อเรืองขึ้นส่วนหนึ่ง ทุกข์เศร้าลงส่วนหนึ่ง และงดงามขึ้นส่วนหนึ่ง

 

ขบวนรถหยุดจอด ที่สถานี รถไฟครวญครางอืดอาดราวกับละเมอเดิน ขบวนบอกลาทุ่งโล่งเยื้องย่างสู่เขตเมือง หญิงสาวดับบุหรี่ที่สูบใหม่หมดเตรียมตัวออกหิ้วกระติกน้ำร้อนไปเร่ขายกาแฟ บ้าง เธอพบเด็กหนุ่มอีกครั้งบนที่นั่งของเขา เหม่อลอยฟังเพลงรักเก่าๆและลืมเลือนช่วงเวลาแสนสุขของการจ้องมองกัน จ้องมองไปในทิศทางเดียวกัน และพากันทุกข์เศร้าเงียบเชียบเช่นนั้น

รอยแผลเป็น

Posted in flash fiction on November 22, 2011 by tropicalmalady

เขาทำให้เธอถึงจุดสุดยอดซ้ำๆอย่างฉ่ำชุ่ม ช่วงขาที่หดเกร็งแล้วคลายออกเป็นจังหวะอันรัดรึงใจ อย่างไรเสียเขาก็เป็นเพียงลูกค้าคนหนึ่ง  เธอลุกขึ้นสวมกางเกงในทับลงไปบนช่องเปียกชื้นที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด รวบผมแล้วเดินออกไปจุดบุหรี่สูบที่ริมระเบียง เปิดอกเปลือยเปล่าให้ลมกลางคืนสกปรกโลมไล้ ลมร้อนจากพัดลมแอร์โชยเอากลิ่นเมือกคาวระรวยติดมาพร้อมกับเสียงสะท้อนก้อง แบบแอร์เก่าๆของโรงแรมรูหนู  ความมืดเข้าดูดดุมหัวนมสีน้ำตาลช้ำรอยปากของเธออย่างตะกรุมตะกราม รู้สึกราวกับสิ่งนั้นของเขายังค้างคาอยู่ในหว่างขาของเธอ เธออาจจะรักเขาก็ได้แต่เธอไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นฆาตกรโรคจิตชอบฆ่าโสเภณี รู้ตัวอีกทีหัวนมเธอก็เปื้อนเลือดสีดำของกลางคืน

 

ใครจะคิด ว่าการทุบกะโหลกจะทำให้เธอฉ่ำแฉะยิ่งขึ้น ความเจ็บปวดพุ่งพรวดพราดเข้าสู่หลืบลึก สองขาที่พับทบแล้วฉีกออกห่างจากหัวเขาด้วยท่านอนหงายแบบเอียงกะเท่เร่  ฉ่ำเลอะเปรอะเปื้อนกางเกงในลายตุ๊กตาที๋ซื้อจากแผงแบกะดินหน้ามหาวิทยาลัย เลือดและน้ำรักไหลเจิ่งนองพื้นเข้ารวมกัน เลือดกระเซ็นเปื้อนหน้าอกแข็งแกร่งของเขา ความทุกข์และกระสันต์อยากไหลเข้าท่วมทับจนโคมไฟหัวเตียงหมองคาวไป

 

อย่าง น่าเศร้าเธอรอดตายหวุดหวิดจากการรวบรวมเรี่ยวแรงทุบเขาคืนด้วยโคมไฟหัวเตียง เฉาอับขณะเขากรีดขาเธอด้วยมีดผ่าตัดทู่ๆ ความเจ็บปวดจากความปิดพลาดของมีดนั้นเองที่ทำให้เธอตื่นขึ้นจากห้วงกระสัน เศร้าสร้อย

 

เธอเสียดายที่เขาตายในการทุบเพียงครั้งเดียว ร่อรอยที่หัวของเธอยังเห็นเป็นแผลเป็นเล็กๆที่ผมไม่ยอมขึ้น พ่อแม่รู้จากตำรวจว่าเธอเป็นสาวไซด์ไลน์และปฏิเสธจะให้ความช่วยเหลือใดๆ นั่นเองทำให้เธอรุกคืบเข้าสู่วงการเซกส์ซาดิสต์เต็มกำลัง บัดนี้ขณะควบขยับบนร่างอวบอ้วนของเสี่ยแก่ๆ แผลของเธอจะกระตุกน้อยๆ เพิ่มการตอดรัดที่แน่นหนา  เสี่ยเสียวซ่านอย่างทีไม่เคยรู้สึกมาก่อน ขณะเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ฟาดเขาด้วยโคมไฟหัวเตียง

 

บางที เธอก็คิดถึงการเรียนมหาวิทยาลัย หรือชีวิตที่ต่างออกไป ทั้งหมดเป็นเพราะชายคนเดียว ชายคนที่ทำให้เธอถะถั่งหลั่งล้นจนเกินเลยเธอคิดถึงพ่อแม่ที่ตายซากของเธอ และชีวิตเรียบง่ายในคอกทาน เธอคิดถึงไปหมดทุกอย่างนั่นแหละ ในตอนที่เธอรวบรวมสมาธิเพื่อจะควานหาความเสียวซ่านเล็กๆน้อยที่เธอเคยได้รับ และถูกนายตำรวจกับพ่อแม่พรากไป

 

http://youtu.be/Rj1-azssMaw เพลงประกอบ

ความตายของอานนท์ 2 :ลึงค์

Posted in death of anon on November 22, 2011 by tropicalmalady

ความตายของอานนท์ 1 : ครรภ์

http://tropicalmalady.wordpress.com/2011/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c-1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b9%8c/

 

มัน เป็นคืนที่แสงจันทร์กระจ่างฟ้า กระจ่างกระทั่งสะท้อนเงาลงบนน้ำตาของเธอ แสงจันทร์ซีดเศร้าลอดผ่านม่านหน้าต่างลงมาอาบไล้ทุกสิ่งทุกอย่าง ขับจนความทุกข์เศร้านั้นเรื่อเรือง

 

เราต่างรู้กันอย่าง เงียบๆว่านี่อาจจะเป็นการร่วมรักครั้งสุดท้ายของเรา  ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ หลังจากเราทะเลาะกันอีกครั้ง และอีกครั้ง เธอขอให้ผมปิดไฟ ขณะเธอเปิดม่านหน้าต่างและถอดชุดออกเชื่องช้า แสงจันทร์ทุกข์ระทมอาบไล้ร่างเปลือยอันผอมซีดเหมือนกับร่างของเด็กผู้ชายสัก คน ราวกับป่าแล้งในฤดูหนาว เธอนอนลงบนเตียงสะอาดปูผ้าสีเทาของโรงแรม แสงจันทร์แทรกซึมในทุกส่วนราวกับมีดวงตาชั่วร้ายของจับจ้อง ราวกับร่างของเราเปื้อนเปรอะแสงพวกนั้น

 

เธอถอนร่างออกจากผมใน ขณะที่เรากำลังร่วมรักกัน ลำลึงค์ชูชันกลางแสงจันทร์เปื้อนเปรอะ เธอหยิบชุดขึ้นส่วมใส่ ชุดติดกันลายดอกไม้เล็กๆสีน้ำเงิน เธอสวมมันลงบนร่าง รูดซิปปิด และออกไปจากห้อง ผมนอนหันหลังให้กับเธอ มันเคยเป็นอย่างนี้มาแล้ว เพียงแต่ผมไม่รู้ว่าครั้งนี้เธอจะจากไปโดยไม่หวนกลับมาอีกชั่วนิรันดร์ สาบสูญราวกับระเหยหายไป ราวกับการเหือดแห้งของชุดชั้นในเฉอะแฉะ ที่เธอทิ้งเอาไว้ให้ กางเกงชั้นในสีขาวซึ่งในเวลาต่อมาผมใช้มันสำเร็จความใคร่ให้กับตัวเอง เธอจากไปโดยสวมชุดนั้นเพียงอย่างเดียว เดินกึ่งเปลือยออกจากชีวิตขณะเรากำลังร่วมรักกัน ทิ้งผมให้แสงจันทร์หยาบช้าถ่มถุยใส่ จวบรุ่งสางมาเยือน

เราไม่ได้พบ กันอีกเลยหลังจากนั้น เธอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์  ย้ายออกจากที่อยู่เดิม เพียงเท่านั้นความรักยาวนานสี่ปีก็สิ้นสุดลง  ง่ายดายราวกับกระแสน้ำป่าลึกลับพัดเราพรากจากกัน ขณะนั้นเองที่ผมเรียนรู้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันเปราะบางเพียงใด แค่เพียงสักวันหนึ่งเธอเดินหายลับเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เกต แล้วไม่กลับออกมา สาบสูญตลอดกาล  ไม่ว่าจะเฝ้ารอนานสักเท่าไรก็จะไม่มีอีกแล้ว ถึงที่สุด แม้เราจะร่วมรักกันสักกี่ครั้ง เราก็ไม่เคยรู้จักกันอย่างแท้จริง

 

ชุด ชั้นในของเธอถูกซ่อนลึกไว้ในตู้เสื้อผ้า ผมไม่ได้มีเซกส์อีกเลยหลังจากนั้น  วกับว่าต่อหน้าสตรีเพศมันหดเหี่ยวไม่แข็งขันอีกเลย มันกลายเป็นเพียงอวัยวะที่ห้อยย้อยอย่างเศร้า และถูกหมิ่นแคลนกลางแสงนีออนในโรงแรมม่านรูด มันจะโด่เด่ก็แต่ในอุ้งมือของผมเอง สำเร็จความใคร่โดยใช้ชุดชั้นในของเธอเป็นเครื่องมือ ลำลึงค์ต้องสาปในคืนพระจันทร์เต็มดวง โดนสาปโดยแม่มดที่ทิ้งผมไว้กลางทะเลทรายแห่งดำฤษณา

ความตายของอานนท์ 1:ครรภ์

Posted in death of anon on November 22, 2011 by tropicalmalady

เธอรู้ตัวว่าเธอตั้งครรภ์ ในห้องน้ำของโรงพยาบาล โดยไม่ต้องสงสัย แผ่นตรวจการตั้งครรภ์แสดงภาพขึ้นสองขีดอย่างหน้าด้านๆ  ด้วยอาการผวาวูบเหมือนตกจากที่สูง วาบความคิดแรกคือบิดาของเธอ ยืนจ้องมองจากปากประตู รู้ชัดว่าเธอตั้งครรภ์ด้วยอาการโกรธขึ้งเกรี้ยวกราด  อันที่จริงเธออยู่ในห้องของบิดา ห้องพิเศษหมายเลขสามศูนย์สองตึกประชารวมใจ ห้องขาวโพลนซีดหม่นไร้วี่แววสำหรับมนุษย์อยู่อาศัย บิดาของเธอหลับลึกมาสามเดือนแล้ว ค่ำคืนหนึ่งเขาล้มตัวลงนอน จากนั้นไม่ตื่นขึ้นมาอีก

 

จากนั้นเธอก็จำแกว่งไกวอยู่ระหว่าง โรงเรียน บ้านพัก และห้องพิเศษหมายเลขสามศูนย์สองนี้ ห้องที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกกักขังในโรงพยาบาลโรคประสาท ต่อหน้าซากร่างของบิดา ที่ในที่สุดเขาต้องเปลือยเปล่าต่อหน้าเธอเพื่อให้เธอเช็ดเนื้อตัว ลำลึงค์ฝ่อฟีบของเขาให้ความรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างประหลาด และค่อนไปทางเศร้า  ครั้งแรกที่เธอต้องรับหน้าที่เช็ดตัวให้เขา เธอเพิ่งกลับจากการร่วมรักกับเพื่อนชาย ลำลึงค์มหึมาสอดใส่ในร่างบอบบางเปล่าเปลือยของเธอ ตัดสลับกับพุ่มพวงห้อยย้อยของพ่อ และมือไร้ความรู้สึกในถึงมือยางสีขาวของนางพยาบาลที่สอนเธอ  ในครั้งนั้นเธอเช็ดตัวเขาด้วยความรู้สึกขนหัวลุกว่าลำลึงค์ของเพื่อนชาย หรืออาจจะของบิดายังค้างคาอยู่ในร่างของเธอ

 

มีทารกอยู่ในร่าง ความรู้สึกกระอักกระอ่วนชวนแสยงขนราวถูกคุกคาม  เธอซ่อนอุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์ซึ่งมีลักษณะยื่นยาวคล้ายลำลึงค์อันคุกคาม ด้วยการห่อมันด้วยกระดาษทิชชู่อย่างสวยงาม ซุกเหน็บไว้ในกางเกงชั้นใน รอเก็บใส่กระเป๋านักเรียนไปทิ้งข้างนอก รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน คลื่นเหียนราวจะอาเจียนเอาบุตรธิดาตนเองออกมา อีกครั้งหนึ่ง เธอต้องเช็ดตัวให้พ่อพลางต่อสู้กับความรู้สึกพิพักพิพ่วนนี้  ห้องปรับอากาศเย็นยะเยือก ใบหน้าบิดายิ้มพรายยามหลับสนิท ยิ้มด้วยรอยยิ้มประหนึ่งองค์พระปฏิมา  พอพ่อหลับนานเกินไปเธอก็ค่อยๆลืมว่าพอ่เคยเป็นอย่างไรตอนมีชีวิตอยู่ กล่าวตามสัตย์เธอไม่ได้สนิทกับพ่อนัก ยิ่งพอเริ่มเป็นสาวก็ยิ่งห่างเหิน เธอแทบจะนึกออกเพียงหลังไหล่ผันผายออกจากบ้าน พ่อในความคิดของเธอเป็นชิ้นส่วนอวัยวะ เช่น รองเท้า เสื้อผ้า แขน เศษเส้นผมในห้องน้ำ หรือพุ่มพวงห้อยย้อย เธอคิดว่าลูกในท้องเธอจะเป็นเพศชาย รู้สึกทั้งๆที่ยังเป็นตัวอ่อน รู้สึกอย่างขนลุกขนพองว่าผู้ชายรายรอบตัวเธอล้วนชี้ลำลึงค์เข้าใส่อย่างช่วย ไม่ได้ โด่เด่ ผ่าวร้อนและชวนหวาดแสยงล้ำลึก

FLASH FICTION : โจนิ มิทเชลล์ในปีนัง

Posted in flash fiction on November 22, 2011 by tropicalmalady

 

เขาพบโจนิ มิทเชลล์ในปีนังสามครั้ง

 

ครั้งแรกเธอนั่งดื่ม เบียร์ดำเดียวดายอยู่ข้างถนน เขาเดินมาทั้งวันเสียจนเมื่อยล้า สองเท้าบวมพองราวกับจะปริแตกออก เหงื่อซึ่งระเหยไปในอากาศกลางคืนทิ้งความเหนียวหนับไว้ตามเนื้อตัว  เขาเดินผ่านเกสท์เฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งเปิดชั้นล่างเป็นบาร์ อากาศกลางคืนยังคงร้อนอ้าว  หญิงผู้นั้นนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โต๊ะฝั่งซ้ายมือ แทบเรียกได้ว่าจมอยู่ในความมืด ไหล่ซึ่งแผ่กว้าง ผมสีทองในชุดกระโปรงติดกันสีดำและเสื้อแขนกุด  ดวงตาซึ่งหรี่ปรืออย่างคนสันโดษที่สอดสายตามองปัจจุบันด้วยอดีต เทียบเคียงและเรียนรู้ บางทีคำพูดติดปากของเธอในตอนนี้อาจจะเป็นคำว่า ‘นี่ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว’   มือซึ่งคีบบุหรี่เท้าค้างเหม่อจ้องอย่างไร้จุดหมาย ภาพประทับเหมือนกับที่เขาพบเห็นบนปกซีดีอัลบั้ม โบธ ไซด์’ส นาว ที่วางแผงในปี 2001 เธอร้องเพลงของตัวเธอเองที่เคยร้องไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งยังสาวอีกครั้ง และนำมันมาใช้เป็นชื่ออัลบั้ม ตอนเป็นเด็กสาวเธอเคยมีเสียงแหลมสูงสะพายกีตาร์และร้องบอกกล่าวว่าเมื่อเธอ ได้เห็นบางสิ่งจากทั้งสองด้านเธอได้ค้นพบว่าเธอไม่ได้ค้นพบอะไรอีกต่อไป หลายสิบปีส่วงผ่าน เสียงของเธอกลายเป็นทุ้มนุ่ม เธอร้องมันอีกครั้งด้วยการเรียบเรียงใหม่ ความเข้าใจไม่ทำให้เศร้าอีกต่อไป เธอร้องเพลงนั้นซ้ำ ไม่เจือน้ำเสียงความละห้อยอีกแล้ว เวลาทำให้เธอค้นพบอีกด้านของโจนิ มิทเชลล์  โจนิ มิทเชลล์ผู้ซึ่งตอนนี้เมื่อเขาเดินผ่านหล่อนแล้วหันกลับไปมองก็ดูไม่คล้ายโจ นิ มิทเชลล์อีกต่อไปเป็นเพียงฝรั่งแก่ๆ ที่นั่งดื่มเบียร์เดียวดายในความมืด

 

เขา พบเธออีกครั้งในยามสายของวันถัดมา หลังจากการร่วมรักอันชืดชากับเด็กสาวขายตัวคนหนึ่ง ขาที่ถ่างกว้างออก ลึงค์อันมหึมาและทรวงอกอันกลมมนจนผิดรูปบนร่างของเธอนั้นจมอยู่ในส่วนที่แสง ส่องไม่ถึง ขณะที่มืออันยืนยาวออกไปนอกหน้าต่างของเขานั้นห้อยค้างอยู่กลางแสงยามสาย ซึ่งสลัวเลือนประหนึ่งส่องลอดผ้าลูกไม้ที่กรองซับเอาแสงไปเสียครึ่งหนึ่ง ก่อนจะสาดลงมาบนโลก  เช่นเดียวกันกับมือ ลึงค์ของเขาก็อยู่ในแสงแดด ซึ่งอาบไล้ร่างเปลือยเปล่าหลังเสร็จกิจธุระทางเพศ  นักท่องเที่ยวสักคนเดินตัดถนนมา มองจากชั้นแปดของโรงแรมเมอร์แชนท์ นักท่องเที่ยวดูเล็กจ้อยราวคนแคระ เจ้าคนแคระโง่ซึ่งหยิบกล้องขึ้นมาประทับเล็ง โดยอัตโนมัติเขาหดมือกลับดึงบานหน้าต่างงับปิดราวกับหวาดกลัวว่าจะถูกบันทึก ภาพไว้ ต่อให้เป็นภาพที่แทบจะมองไม่เห็นมือซึ่งไม่สามารระบุได้กระทั่งว่าเป็นมือ ของเพศหญิงหรือชาย นั่นคือเธอ โจนิ มิทเชลล์ของเขา หญิงรางใหญ่ไหล่กว้าง กับกล้องงี่เง่า และการเดินทางเดียวดาย

 

ครั้งสุดท้ายที่เขาพบ เธอคือบนรถตู้ข้ามฟากจากมาเลเซีย เข้ามาที่เมืองไทย เธอนั่งติดกับเขาในเบาะนั่งหลังสุด  เขาคิดมาตลอดว่าเขาจะสนทนาอะไรถ้าเขาได้พบกับโจนิ มิทเชลล์ เขาจะถามเธอเรื่องด้านทั้งสองของความรัก คุยกับเธอเรื่องยุคเจ็ดสิบ  หรืออาจจะร่วมรักกับเธอ ตอนนี้ โจนิ มิทเชลล์ นั่งอยู่ข้างๆเขา บนรถโดยสารมุ่งหน้าสู่อำเภอหาดใหญ่ รถโดยสารชวนผวาเพราะขับในเลนตรงกันข้ามกับความคุ้นเคยจนเขากระตุกแทบทุก ครั้งที่เห็นรถเข้ามาใกล้ โจนิ ร่างสูงตาเศร้า ดูสุขุมในวัยปลายหกสิบ แม้อันที่จริงโจนิในรถตู้ข้ามพรมแดนน่าจะอายุไม่เกินสี่สิบห้า ไม่พกพาเครื่องฟังเพลงติดตัว ไม่มีกีตาร์ไม่มีรูปวาด กลืนกลายเป็นฝรั่งดาดๆคนหนึ่ง

 

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนได้ มันก็เหมือนกับการพบฝรั่งอีกคนหนึ่งซึ่งดูละม้ายคล้ายใครบางคนในจินตนาการ ใครสักคนที่คุณอยากรู้จักพูดคุย แต่คุณก็ได้แต่นั่งมองและจินตนาการกับเขาไปต่างๆนาๆ โจนิ มิทเชลล์ลงจากรถตู้ที่สถานีขนส่ง เขาไม่รู้ว่าเธอไปไหน จินตนาการเห็นเธอขึ้นรถไปแคนาดา นั่งดื่มในบาร์เหล้าที่มีผนังรูปลายการ์ตูน สูบบุหรี่อย่างไม่ยี่หระ  โดยตั้งอกตั้งใจเขาแอบถ่ายรูปเธอมารูปหนึ่ง ภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือใกล้และสั่นจนมองไม่ออกว่าเธอเป็นใคร  ภาพถ่ายงี่เง่าระยะใกล้ของนักท่องเที่ยวเดียวดายอีกคนหนึ่ง

 

ดื่มเบียร์เพียงลำพัง เขาเปิดเพลงของโจนิ มิทเชลล์ และจินตนาการว่าเขาได้พูดคุยอะไรบ้างกับเธอในเมืองแปลกหน้าอันเก่าแก่เมืองนั้น

 

http://youtu.be/0YuaZcylk_o เพลงประกอบการอ่าน

FLASH FICTION : เธอมองเห็นโลก ผ่านผ้ากระโปรงโปร่งบางของหญิงคนรัก

Posted in flash fiction on November 22, 2011 by tropicalmalady

ภาพจาก fuckyeahdykes.tumblr.com

เรื่องสั้นๆประพันธ์หลังหนึ่งถ้วยกาแฟดำในช่วงเวลาพักเที่ยง

เธอ มองเห็นโลก ผ่านผ้ากระโปรงโปร่งบางของหญิงคนรัก  ควันบุหรี่เต้นรำกับสายลมแรงเลื่อนลอยขึ้นไปรวมกับเมฆบนฟ้า  สรรพสิ่งพร่าเลือนไปอย่างงดงาม ข้างหลังผ้าลูกไม้สีขาวซึ่งมีผ้ากระโปรงโปร่งบางที่กำลังปลิวไปตามลมห่มคลุม ไว้อีกชั้น  เด็กสาวเป่าควันบุหรี่สีเทาเข้าไปในกระโปรงที่กำลังพะเยิบไหว ดวงตาพร่ามัวคล้ายยามเมฆหมอกเข้าคลี่คลุมเมื่อเรามีความรัก

เด็ก สาวสวมกระโปรงสีขาวยืนเท้าเปล่าอยู่บนโขดหิน จ้องมองดูหญิงคนรักซึ่งบัดนี้สูบบุหี่อยู่ใต้ชายกระโปรงของเธอ เฝ้าฟังเพลงของนิโก้ในหูฟังสีขาวเศร้าสร้อย นิโก้ เสียชีวิตจากการอุบัติเหตุ ปล่อยให้ชายคนรักของเธอทำหนังเกี่ยวกับคนรักผู้ล่วงลับอีกยาวนานยี่สิบปีซ้ำ ไปซ้ำมา

กระแสลมเศร้าสร้อยจากฝั่งทะเลกระซิบคำรักมากับควัน บุหรี่ วัยเยาว์คลี่ใบหน้าหม่นหมองของมันออกอย่างดงาม เช่นเรือนร่างของเธอทั้งคู่ กลิ่นฉุนคาวของกำหนัดทำให้ความรักตอกลึกตราตรึง ไปอีกนานหลายปี บางทีอาจชั่วชีวิตที่ไม่ว่าชีวิตใครก็ล้วนแต่เจืออยู่ด้วยความเศร้า การ เที่ยวทะเลด้วยกัน ชุดกระโปรงสีขาวและสีน้ำเงิน การกุมมือกันเดินขึ้นจุดชมวิว เหงื่อไคลใต้ยกทรงของอีกคนหนึ่งซึ่งพวกเธอ สลับกันใส่และบุหรีั่ที่สูบจากมวนเดียวกัน  มาถึงจุดหนึ่ง ความทุกข์ทั้งหมดก็เลือนไปในกระสแลมแรงซึ่งพัดกระโปรงของทั้งคูพะเยิบบไหว เหมือนการเคลื่อนไหวของหมู่เมฆ  บางทีเราจะหลบหนีไปด้วยกันเหมือนในเพลงนั้น ไปกับหมู่เมฆในควันบุหรี่ โดยมี นิโก้เป็นคนขับรถ เพื่อที่เราจะซบไหล่กันหลับตรงเบาะหลังสีขี้เถ้า

เราลงไปกัน เถอะ เธอพูดต้านกระแสลม อยู่ต่ออีกนิดไม่ได้หรือ เด็กสาวยื่นบุหรี่ให้คนรัก หรือไม่ก็อยู่ไปชั่วนิรันดร์ เด็กสาวพิงศีรษะเข้ากับหัวหน่าวของคนรัก แว่วฟังเสียงเศร้าจากครรภ์พรหมจรรย์ของเธอ เสียงกระแสลมแบบที่เราได้ยินในเปลือกหอย เด็กสาวยิ้มเศร้า บอกว่า เราจะได้จับมือกันลงไปไง

ฤดูร้อนโบกโบยอยู่ในหัวใจ เด็กสาวโผล่หน้าออกจากชายกระโปรงและยิ้มให้แก่กัน พวกเธอไม่มีทางรู้เลยว่า รอยยิ้มนั้นในที่สุดจะกระจ่างอยู่่เช่นนั้นไปตลอดช่วงชีวิตของพวกเธอ

http://youtu.be/sCtzWeafbpw เพลงประกอบการอ่าน

Posted in flash fiction on November 22, 2011 by tropicalmalady

เรื่องสั้นๆเขียนลวกๆ เพื่อลอกเลียน และระลึกถึง อุเทน มหามิตร

 

 

เวลาหลังถ้วยกาแฟเหลือค้างกระซิบคำพิศวาสบาดหูใส่เขา่อย่างอาฆาตมาดร้าย

เขาผู้ซึ่งใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆตคิดว่าตัวเองจะมุดลงดินทีไหนดีมากกว่าจะตอบโต้

กีตาร์สากระคายของชายหนุ่มที่ตายไปอย่างอนาถาหลายปีก่อนหน้า

เกลื่อนกล่นหยดน้ำตากลั่นจากอากาศอับโชคที่บังเอิญกระทบตัวโน๊ต

ฝนน้ำตาจึงหล่นใส่หลังคาหัวใจเปาะแปะ เปาแปะ

ของเหลวชื้นแฉะอันตรายกว่าคมหอกคมดาบ

ต่อให้มุดลงใต้ดินมันก็ตามไปชื้นแฉะหนืดเหนียวหลอมละลายเหลวไหลเลื่อนเปื้อนเปรอะเอาจนได้

กาแฟหกรดเสื้อเชิ้ตที่กินความขื่นขมเข้าไปเต็มรัก

ไม่ทันคายถ่มถุยทิ้งก็ติดแน่นหนึบนานจนแม้แต่ไฮเตอร์ยังต้องพ่ายแพ้แก่ร้กสามเศร้าฉาวระทม

เขาเฝ้าครุ่นคิดถึงถุงพลาสติกฉีกขาด และเสียงกรอบแกรบน่ารักของมัน

อันจะเป็นคู่ต่อกรที่อยู่มือกับหยาดน้ำตา ขึงพาดต่างหลังคาหัวใจรั่วละลาย

หลบฝนในเพิงพลาสติกทำลวกๆ

หยาดน้ำตายาวนานสามนาทีคลี่ตัวออกหลังเสียงดนตรีสะดุดหยุดลง

คนหนุ่มเล่นซ้ำในกงกรรมกงเกวียน ลุกเดินไปฉี่แล้วดื่มยาพิษในห้องน้ำฆ่าตัวตาย

หยดน้ำในน้ำตาค้างกลางอากาศหวาดผวาเมื่อพรรคพวกพากันกลายเป็นน้ำขังเจิ่งน้องพลาสติกสกปรก

แต่แรงโน้มถ่วงกักขฬะไม่ปรานีดึงเจ้าหยดย้ำตาน้อยๆลงในบึงขังความเศร้า

แอ่งน้ำขังความเศร้า แอ่งน้ำสกปรกขังความเศร้าอีเหละเขละขละในไปด้วยโคลนความทรงจำ

เขาไม่อยู่ที่นั่นแล้ว มุดดินขุดลึกเปื้อเปรอะ

หนีไปจากความเศร้า หนีไปจากความเหงา

ด้วยอากัปของการขุดหลุมลึกเท่านั้นเอง ที่ทำให้ลืม

ข้าเชื่อในพลังแห่งการหลบซ่อนๆ เขาแถลงสุนทรพจน์เงียบๆในใจเพราะกลัวใครจะได้ยิน

 

หมายเหตุ :

http://youtu.be/Cche-h83qNQ  เพลงเจ้ากรรมที่ทำให้เกิดเรื่อ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.